แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เที่ยวราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

8 ทิปส์ เที่ยวกับทัวร์อย่างไรให้มีความสุข

สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่น ที่มีแพลนต้องการไปเที่ยวตามเส้นทางต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ไม่อยากเตรียมตัวให้ยุ่งยาก ทั้งการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวในแต่ละวัน การคำนวณเวลา การต่อรถทั้งรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน และรถเมล์ รวมทั้งการหาโรงแรมที่พัก เป็นต้น แน่นอนค่ะว่าการเดินทางไปกับคณะทัวร์ จะทำให้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้หมดไป

อย่างไรก็ตาม คาดว่าคงมีนักท่องเที่ยวหลายๆ ท่านเช่นกันที่ไม่กล้าที่จะเดินทางไปกับทัวร์ ด้วยเพราะรู้สึกไม่เป็นส่วนตัว หรือกลัวจะอารมณ์เสีย หรือหงุดหงิดกับเพื่อนร่วมทริปแล้วล่ะก็ วันนี้มัชรูมทราเวลมีทิปส์เด็ดๆ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดทิปส์สำหรับการท่องเที่ยวกับทัวร์มาฝากค่ะ โดยทิปส์ที่เรานำมาฝากนี้ก็เพื่อเป็นแนวทางสำหรับให้นักท่องเที่ยวทุกคนสามารถนำไปปรับใช้สำหรับบางสถานการณ์ที่ชวนให้หงุดหงิดใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้โดยที่ท่านคาดไม่ถึง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกท่านมีความสุขจากการเดินทางท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ


1. ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ

การเดินทางท่องเที่ยวทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง หรือไปเป็นกลุ่มแบบกรุ๊ปทัวร์ แน่นอนอาจจะมีเหตุการณ์บางอย่างที่เราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเรื่องอาหารไม่ถูกปาก เพื่อนร่วมทริปที่ขึ้นรถช้าจนทำให้คนอื่นๆ ต้องรอนานไปสักนิด รถติดจนทำให้การเดินทางบนท้องถนนจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่งนานเกินไปจนทำให้เวลาในการเที่ยวลดลง เป็นต้น ซึ่งปัญหาที่กล่าวมานี้ล้วนทำให้เราทุกคนสามารถเกิดอารมณ์หงุดหงิดรำคาญใจได้ทั้งนั้น ซึ่งถ้าหากเราลุกขึ้นมาเอะอะโวยวายก็จะยิ่งทำให้เหตุการณ์บานปลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ก็ยังจะทำให้คนอื่นที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวหมดสนุกไปด้วย ดังนั้นแทนที่จะโวยวาย ลองตั้งสติสักนิดแล้วหายใจเข้าลึกๆ นับ 1 ถึง 10 หรือถึง 100 ดีกว่าค่ะ

2. ตื่นให้เช้ากว่าปกติ

ก่อนที่เราจะเลือกไปเที่ยวกับทัวร์ หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินตัวเลข 6,7,8 มาบ้างจากในภาพยนตร์ไทยเรื่องหนึ่ง ที่พูดถึงการไปเที่ยวกับทัวร์ที่ต้องตื่น 6 โมงเช้า รับประทานอาหารเช้า 7 โมง และรถออกจากโรงแรม 8 โมง ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะมีทั้งทัวร์ที่กำหนดเวลาตามนี้ หรือไม่ใช่แบบนี้ก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี การที่นักท่องเที่ยวมีโอกาสได้ตื่นแต่เช้านั้นนับว่าได้เปรียบคนที่ตื่นสายกว่าหลายอย่าง ทั้งมุมมองของบรรยากาศรอบๆ ที่เงียบสงบและแตกต่างกว่าปกติ หรือภาพของพระอาทิตย์ที่โผล่พ้นขอบฟ้า และที่สำคัญการตื่นแต่เช้ายังทำให้เราได้มีเวลารับประทานอาหารเช้าและใช้เวลาเตรียมตัวก่อนออกเดินทางอย่างเหลือเฟืออีกด้วย


3. อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับผู้คนรอบข้าง

เมื่อพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางคนเดียวหรือไปเป็นกลุ่มก็ตาม นับว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทริปหรือไกด์ทัวร์ก็ตาม เพราะนอกจากจะเป็นการผูกมิตรได้เพื่อนคุยใหม่ๆ ทำให้การเที่ยวในทริปนี้ไม่น่าเบื่อจนเกินไปแล้ว เรายังอาจจะได้รับรู้ข้อมูลในการท่องเที่ยวที่มากขึ้นก็ได้ แถมการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นอาจจะทำให้เราได้คอนเนคชั่นต่อยอดในงานหรือธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ด้วย

4. ถ่ายภาพให้ได้มากที่สุด

เวลาไปเที่ยวที่ไหนก็ตาม เราไม่มีทางรู้หรอกว่านี่คือโอกาสเดียวหรือเปล่าที่เราจะได้เห็นและสัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ ณ สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นที่เราได้เหยียบย่างเข้าไป อย่างเช่นวันที่ฟ้าเปิดจนมองเห็นยอดภูเขาอันสูงลิบลิ่ว หรือป่าไม้ในสายหมอก เป็นต้น รวมทั้งภาพถ่ายของเรากับเพื่อนร่วมทริป ไกด์ หัวหน้าทัวร์ คนขับรถ ฯลฯ ที่คงเป็นไปได้ยากที่เราจะได้เจอพวกเขาในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการถ่ายภาพสิ่งเหล่านี้ไว้มากที่สุด เมื่อวันเวลาผ่านไป หากเรามีโอกาสมาเปิดดูรูปถ่ายเก่าๆ นั่นจะทำให้เราหวนคิดถึงความสุข ความทรงจำ ประสบการณ์ และความประทับใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้ประสบพบเจอมาไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม


5. ลองเปิดใจ และไม่คาดหวังจนเกินไป

การต้องไปเที่ยวกับคนแปลกหน้าเป็นกลุ่มใหญ่ เราอาจจะได้พบเจอกับคนที่เรารู้สึกไม่ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ จนอาจจะทำให้การท่องเที่ยวในวันต่อๆ ไปนั้นกร่อยสนิท ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคืออย่าตัดสินคนอื่นเพียงแค่อคติในใจ ลองเข้าไปคุยหรือศึกษานิสัยใจคอของเขาดูเสียก่อน บางทีภาพภายนอกกับนิสัยใจคอภายในของบุคคลนั้นๆ อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ รวมทั้งการคาดหวังกับบางสิ่งจนเกินไปก็อาจจะทำให้เราผิดหวังได้เช่นกันหากมันไม่ได้เป็นไปตามที่ใจหวัง อย่างเช่นคุณหวังว่าอากาศจะสดใส ฟ้าเปิดจนทำให้ได้เห็นความงามของสถานที่ต่างๆ อย่างเต็มตา แต่กลับผิดหวังเพราะมีเมฆหมอกมาบดบัง เป็นต้น ในสถานการณ์นี้หากคุณคิดในแง่ดีว่า สิ่งที่เห็นนั้นก็แฝงไว้ด้วยความงามในอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน เพียงเท่านี้ก็จะทำให้การท่องเที่ยวของคุณมีความสุขมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ

6. “Say yes” ให้บ่อยครั้ง

เมื่อเราต้องเดินทางท่องเที่ยวร่วมกับคนที่ไม่รู้จัก แน่นอนว่าสิ่งที่จะทำให้ทริปของคุณสนุกขึ้น นั่นก็คือเราจำเป็นจะต้องทำความรู้จักคุ้นเคยกับบุคคลอื่นบ้าง ซึ่งบางทีในกลุ่มเพื่อนร่วมทางอาจจะมีบางคนหรือหลายๆ คนต้องการทำความรู้จักสนิทสนมกับคุณเช่นเดียวกัน โดยพวกเค้าอาจจะเข้ามาชวนคุณเดินไปเป็นกลุ่มด้วยกัน หรือมีน้ำใจแบ่งปันขนมของคบเคี้ยวให้ในระหว่างเดินทาง หรือแม้กระทั่งอาจจะชวนคุณไปดื่มนอกเวลาทัวร์ในช่วงกลางคืน เป็นต้น ซึ่งหากคุณพิจารณาแล้วว่าไม่เสียหายอะไร หรือไม่ติดธุระด่วนอะไร ก็ลองตอบรับให้บ่อยครั้งขึ้น เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เพลิดเพลินกับเพื่อนร่วมทริปแล้ว


7. เก็บบันทึกแต่เรื่องราวดีๆ ที่ทำให้คุณสุขใจทุกครั้งเมื่อนึกถึง

สิ่งไหนที่ทำให้รู้สึกแย่ก็ลืมมันไปเสีย เก็บบันทึกแต่เรื่องราวดีๆ ความสุขและความประทับใจจากการท่องเที่ยว คุณไม่ควรปล่อยให้เรื่องบางเรื่องมาทำให้ความสุขของคุณหดหายหรือลดน้อยลงไป เพราะเราไม่รู้หรอกว่า โอกาสแบบนี้จะย้อนกลับมาหาเราอีกทีเมื่อไหร่ ดังนั้นสิ่งไหนที่ให้อภัยกันได้ก็ให้อภัยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะเมื่อวันหนึ่งเมื่อคุณย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้ ก็จะทำให้คุณรู้สึกเป็นสุขใจ ซึ่งมันคงดีกว่าความทรงจำที่ทำให้คุณรู้สึกแย่อยู่ตลอดเวลา จนเข็ดกับการเดินทางท่องเที่ยวไปเลยก็ได้

8. รักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีตลอดทั้งการเดินทาง

คงเป็นเรื่องไม่สนุกแน่หากเราอุตส่าห์เสียเงินเสียทองหลายหมื่นบาทเพื่อไปเที่ยว แล้วจู่ๆ ปัญหาสุขภาพกลับมาทำให้เสียเซลฟ์ เที่ยวก็เที่ยวได้ไม่เต็มที่ สนุกก็แค่แกนๆ ดังนั้นก่อนการเดินทางในช่วงจัดกระเป๋าเดินทาง สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือยาสามัญประจำบ้านต่างๆ ควรเตรียมไปให้พร้อม หรือหากต้องเดินทางไปในประเทศที่เสี่ยงต่อการป่วยง่ายก็ควรดูแลตัวเองให้ดี ก่อนจะรับประทานอาหารทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ยังไม่ได้ปรุงสุก หรือผ่านการปรุงมานานแล้ว เป็นต้น เพียงเท่านี้คุณก็จะปลอดภัยและเที่ยวได้อย่างสนุกสนานตลอดทั้งทริปแล้วล่ะค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับทิปส์ที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากคุณผู้อ่านในวันนี้ ซึ่งเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นจะเป็นประโยชน์สำหรับใครก็ตามที่กำลังตัดสินใจว่าควรจะเที่ยวด้วยตัวเองหรือควรจะไปเที่ยวกับทัวร์ดี แต่อย่างไรก็ดี ทุกครั้งที่คุณออกเดินทาง อย่าลืมเก็บเกี่ยวความประทับใจและความทรงจำดีๆ ใส่กระเป๋าเดินทางกลับสู่เมืองไทยอย่างปลอดภัยด้วยนะคะ

มัชรูมทราเวล

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

6 เทคนิคประหยัดรายจ่ายในการท่องเที่ยว... ที่ใครก็สามารถทำได้

หากพูดถึงเรื่องของการ แน่นอนล่ะว่าทุกคนรักการเดินทางท่องเที่ยวและอยากไปเที่ยวบ่อยๆ แต่ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจฝันก็คือเรื่องของการเงิน เพราะการเดินทางในแต่ละครั้งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล นั่นจึงทำให้เรื่องท่องเที่ยวสำหรับคนส่วนใหญ่กลายเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดอย่างหนักเลยทีเดียว ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจไม่ใคร่จะเฟื่องฟูอย่างในปัจจุบันด้วยแล้ว การท่องเที่ยวจึงถูกมองเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่เหมาะสำหรับผู้มีอันจะกินเท่านั้น อย่างไรก็ดี วันนี้มัชรูมทราเวลมี 6 เทคนิค ที่จะช่วยให้นักเดินทางสามารถประหยัดรายจ่ายสำหรับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้


1. ค้นหาข้อมูลก่อนออกเดินทาง

เมื่อคุณกำหนดจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือการศึกษาหาข้อมูล ซึ่งไม่ใช่แค่การหาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวว่าที่ไหนสวย ที่ไหนน่าไป หรือร้านอาหารร้านไหนอร่อยเท่านั้น แต่ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในกรณีท่องเที่ยวยังต่างประเทศด้วย  ซึ่งหากต้องขอวีซ่า ก็ต้องดูด้วยว่าระหว่างการขอผ่านตัวแทนกับยื่นสถานทูตด้วยตนเองนั้นอันไหนจะสะดวกและประหยัดมากกว่ากัน รวมไปถึงศึกษาแผนที่และเส้นทางแต่ละจุดอย่างละเอียด โดยอาจค้นหาด้วยตัวเองจากเว็บบอร์ดสาธารณะ อ่านจากหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว หรืออาจจะปรึกษาบริษัททัวร์ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นก็เพื่อให้การท่องเที่ยวของคุณราบรื่น และยังสามารถวางแผนการใช้เงินให้คุ้มค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. ประเมินรายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง

หลังจากได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือวางแผนทางการเงินที่จะต้องใช้จ่ายตลอดทั้งทริป ซึ่งรวมถึงค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมที่พักด้วย โดยประเมินสิ่งจำเป็นที่ต้องจ่าย แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายออกมากเป็นตัวเลขคร่าวๆ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ายานพาหนะ ค่าบัตรเข้าชมการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ค่าทิป ค่าของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ค่าของฝากของที่ระลึก เป็นต้น จากนั้นเมื่อถึงเวลาของการเดินทาง ในท่องเที่ยวควรจะติดสมุดบันทึกเล่มเล็กติดตัวไปด้วย เพื่อจดบันทึกสรุปค่าใช้จ่ายจริงในแต่ละวัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการใช้เงินได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. พิจารณาเลือกข้อเสนอที่ดีกว่า

ปัจจุบันธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของราคา และโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้ลูกค้าที่จะซื้อบริการเป็นผู้ได้เปรียบจากการแข่งขันนี้ และมีอำนาจในการต่อรองเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นก่อนที่นักท่องเที่ยวจะซื้อบริการ หรือจองห้องพัก ฯลฯ ควรมีการตรวจสอบราคาจากหลายๆ แห่งก่อนเดินทางประมาณ 2-3 เดือนเพื่อเปรียบเทียบกันเสียก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งข้อเสนอที่ดีกว่าอาจจะไม่ได้หมายถึงเฉพาะราคาที่ถูกกว่าเท่านั้น แต่ต้องมองถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับด้วย เช่นโรงแรมบางแห่งอาจจะมีโปรโมชั่นจองห้องพัก2 คืน ฟรี 1 คืน เป็นต้น


4. กำหนดช่วงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเงินในกระเป๋า

แม้ว่าช่วงไฮซีซั่นหรือช่วงลองวีคเอนจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นช่วงเวลายอดนิยมที่ผู้คนมากมายเลือกที่จะท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้ราคาของสิ่งต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าทัวร์สำหรับกิจกรรมและการเข้าชมสถานที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งอาหารการกินที่มีราคาแพงกว่าปกติเป็นเท่าตัว ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นแล้วเลือกเดินทางไปในช่วงโลว์ซีซั่น นอกจากจะได้ราคาที่ถูกมากๆ แล้ว ก็ยังจะได้เห็นเสน่ห์ที่แตกต่างของสถานที่นั้นๆ ซึ่งคนทั่วไปไม่มีโอกาสได้เห็นก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม บางสถานที่อาจมีข้อยกเว้นสำหรับการเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น อย่างเช่นหมู่เกาะต่างๆ ที่หากเป็นนอกฤดูกาลท่องเที่ยวจะเป็นช่วงมรสุม เป็นต้น    

5. ระมัดระวังข้อเสนอที่ราคาถูกจนเหลือเชื่อ

แน่นอนหากพูดถึงของถูกและของฟรี ใครกันล่ะจะไม่ชอบ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ของที่มีราคาถูกมากๆ นั้น เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นของดีมีคุณภาพอาจมีความเป็นไปได้ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ อย่างการจองโรงแรมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งโรงแรมบางแห่งอาจมีราคาที่ถูกอย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับภาพถ่ายที่ถูกอัพโหลดมาเพื่อการโฆษณา จนดึงดูดให้เราต้องกดจองห้องพักอย่างว่องไวโดยไม่แม้แต่จะอ่านคอมเม้นท์รีวิวของลูกค้าที่เคยเข้าไปพัก ก่อนจะรู้ตัวทีหลังว่าภาพห้องพักสุดหรูที่เราเห็นบนเว็บไซต์นั้น แท้จริงคือภาพถ่ายเมื่อประมาณ 20-30 ปีที่แล้ว แต่สภาพปัจจุบันอาจจะแย่จนคุณต้องหิ้วกระเป๋ามองหาที่พักแห่งใหม่แทบจะทันทีก็เป็นได้ นอกจากนี้การหลงใหลกับราคาที่ถูกแสนถูกก็อาจจะทำให้คุณตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพบางประเภทโดยไม่รู้ตัว

6. ปฏิเสธการจ่ายที่เกินจริง

บางสถานที่ที่มีการรวมตัวของนักท่องเที่ยวมากๆ ที่นั่นก็ย่อมตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของผู้ให้บริการเช่นเดียวกัน อย่างสนามบิน สถานีรถไฟ รวมทั้งสถานีขนส่งที่จะมีรถรับจ้างคอยดักรอนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ซึ่งถ้าคุณโชคไม่ดี ก็อาจเจคนขับรถที่โก่งราคาเกินจริงหลายเท่า ทางที่ดีควรตรวจสอบเส้นทางและการเดินทางในแต่ละจุดเสียก่อน หรือหากมีข้อสงสัยควรสอบถามที่เคาน์เตอร์ Information เพื่อขอข้อมูลการเดินทาง รวมถึงรถรับจ้างบางคันอาจได้รับค่าหัวคิวจากร้านอาหารบางแห่งให้พาลูกค้าเข้าร้าน โดยคิดราคาค่าอาหารแพงกว่าปกติเพื่อหักเป็นค่าหัวคิว เป็นต้น  


วันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2557

9 เคล็ดลับเตรียมความพร้อม เที่ยวคนเดียวอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

เมื่อพูดถึงการเดินทางท่องเที่ยว แน่นอนว่าแต่ละคนก็ย่อมมีไลฟ์สไตล์การเที่ยวและความต้องการที่แตกต่างกัน อย่างเช่น หลายคนอาจเลือกที่จะเที่ยวไปกับบริษัททัวร์ ด้วยเหตุผลจากความสะดวกสบายที่ทุกอย่างบริษัททัวร์จะเป็นผู้จัดสรรให้ทั้งหมด ตั้งแต่ที่พักไปจนถึงอาหารการกิน แต่ก็มีหลายคนอีกเช่นกันที่รักการเดินทางด้วยตัวเอง ซึ่งบางคนก็อาจจะชอบไปเป็นคู่ บางคนชอบเที่ยวคนเดียว บางคนชอบเที่ยวกับเพื่อนกลุ่มใหญ่ หรืออีกหลายคนชอบที่จะไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวเท่านั้น


สำหรับผู้ที่อยากมีประสบการณ์ของการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวที่เรียกว่า “แบ็กแพ็ก” แต่ยังไม่กล้าพอที่จะลอง หรือกังวลเกินกว่าที่จะเก็บกระเป๋าออกเดินทาง ด้วยหลายๆ เหตุผลที่ผุดขึ้นมาในหัว ทั้งเพราะเหตุผลว่ายังไม่เคยเดินทางคนเดียวมาก่อน ทั้งกลัวว่าการไปคนเดียวอาจจะเหงาหรือน่าเบื่อ หรือกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจจะมาถึงตัว แต่หากคุณยอมให้ความกลัวเหล่านั้นเข้ามามีอิทธิพลภายในจิตใจแล้วล่ะก็ คุณก็คงพลาดโอกาสที่จะสัมผัสกับประสบการณ์ที่ล้ำค่ายิ่ง แต่อย่าได้กังวลจนเกินไป เพราะมัชรูมทราเวลมีเคล็ดลับเตรียมความพร้อมสำหรับการผจญภัยแบบฉายเดี่ยวมาฝาก

1. เรียนรู้ที่จะชอบการดินทางแบบตัวคนเดียว



แม้ว่าอาการกลัวต่อความเหงาคืออุปสรรคใหญ่ต่อการเดินทางท่องเที่ยวแบบตัวคนเดียว แต่นี่คือสิ่งที่จะช่วยทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากการเดินทางคนเดียวนั้นจะทำให้คุณได้เผชิญหน้ากับปัญหาที่บางครั้งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ได้เรียนรู้ถึงความล้มเหลวและจุดแข็งที่มีอยู่ภายในตัว นอกจากนั้นคุณอาจจะได้พบเจอกับสิ่งที่ตัวรักหรือชอบจริงๆ ก็เป็นได้ อีกทั้งข้อดีของการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวที่มองเห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ การที่คุณสามารถตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ในแต่ละวันได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมานั่งเกรงใจคนอื่นให้เหนื่อยหน่าย ไม่ว่าคุณจะใช้ชีวิตอย่างหรูหราหรือยาจก หรือหากอยากเถลไถลออกนอกเส้นทางที่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่แรกก็ทำได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิดใดๆ ต่อใคร

2. ทำการบ้านก่อนออกเดินทาง



ขอบคุณอินเตอร์เน็ตที่ทำให้การค้นคว้าหาข้อมูลต่างๆ ในยุคนี้ทำได้อย่างง่ายดาย สะดวกรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เป้าหมายที่แท้จริงของเว็บไซต์การท่องเที่ยวที่เป็นเว็บทางการนั้นมีวัตถุประสงค์เพียงแค่ดึงดูดผู้เข้าชมให้เห็นถึงความสวยงามของสถานที่เหล่านั้นเท่านั้น แต่มิได้ให้รายละเอียดมากพอทุกแง่มุม ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวต้องการข้อมูลในทุกแง่มุมเพื่อใช้วางแผนการเดินทางล่ะก็ เว็บบอร์ดในเว็บไซต์ท่องเที่ยวคือแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดซึ่งคุณจะได้รับจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์จริงๆ มาก่อน

3. ยืนยันตัวตนอยู่เสมอ



ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ก่อนตัดสินใจออกเดินทาง ควรตรวจสอบสถานการณ์ของสถานที่หรือประเทศนั้นๆ เสียก่อนว่าปลอดภัยดีอยู่หรือไม่ หรือมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง โดยการตรวจสอบโดยตรงกับกระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งควรแจ้งข้อมูลให้สถานทูตให้รับทราบอย่างเป็นทางการว่าคุณได้เดินทางเข้าสู่ประเทศนั้นแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อคุณได้ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นอย่างกะทันหัน นอกจากนั้นควรติดต่อบอกข่าวคราวสถานที่ต่างๆ ที่คุณอาศัยอยู่ และการเดินทางของคุณให้ครอบครัวและญาติมิตรได้รับทราบอย่างต่อเนื่องด้วย 

4. จัดกระเป๋าเดินทางอย่างฉลาด



เมื่อต้องจัดกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว คุณต้องแน่ใจว่าได้ใส่ของใช้ที่จำเป็นทั้งหมดลงในกระเป๋าแล้วถือขึ้นเครื่องเพื่อกันการสูญหาย โดยต้องตรวจสอบสภาพอากาศของจุดหมายปลายทายเสียก่อนเตรียมเสื้อผ้า รวมถึงควรจะเตรียมรองเท้าที่ใส่สบายๆ ยาสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญๆ ติดไปด้วยทุกครั้ง นอกจากนั้นก็ควรแยกเงินสดและบัตรเครดิตไว้ในจุดที่แตกต่างกันหลายๆ จุดเผื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉินนั่นเอง

5. ข้อควรทราบ 



คุณอาจกังวลถึงความปลอดภัย และกังวลว่าของมีค่าอาจสูญหายระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวจนทำให้ความสุขที่มีลดน้อยลงไป และจบลงด้วยความเบื่อหน่าย ซึ่งอันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องกลัวหรือกังวลจนเกินไป วิธีหลีกเลี่ยงการเผชิญอันตรายง่ายๆ ของนักท่องเที่ยวก็คือ พยายามอย่าแต่งตัวที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าคุณคือนักท่องเที่ยวด้วยการสวมแว่นกันแดดอยู่ตลอดเวลา และสะพายกล้องถ่ายรูปเดินไปมา รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงที่จะสวมใส่เครื่องประดับราคาแพง นอกจากนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางคนเดียวในยามวิกาล แต่ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ควรเดินทางบนถนนสายหลักและพื้นที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอเท่านั้น 

6. มีความคิดสร้างสรรค์ 



คำว่าความคิดสร้างสรรค์ในที่นี่ก็คือ ความคิดในการระมัดระวังเพื่อที่จะไม่ให้คนแปลกหน้ารู้ว่าคุณเดินทางคนเดียว ซึ่งการโกหกเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียกว่าไวท์ไลด้วยการปล่อยให้คนอื่นคิดว่าคุณกำลังรอเพื่อนเดินทางนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดในกรณีนี้ จนกว่าคุณจะแน่ใจว่าพวกเขาไว้ใจได้ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อหาจุดที่เหมาะสมในการเก็บซ่อนสิ่งของมีค่าแม้ต้องออกจากห้องพักในระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม

7. ตีสนิทกับคนในพื้นที่ 



แน่นอนว่าการเดินทางคนเดียวแม้จะสะดวกสบายและเป็นอิสระเพียงใดก็ตาม แต่บางครั้งมันก็มีอารมณ์ของความเหงาผุดขึ้นมาในจิตใจบ้าง ฉะนั้นการทำความรู้จักพบปะกับเพื่อนใหม่อาจทำให้การเดินทางของคุณสนุกมากขึ้นไปอีก นอกจากนั้น การตีสนิทหรือทำความรู้จักกับผู้คนในพื้นที่เอาไว้บ้าง อย่างเช่นพนักงานโรงแรม ยามรักษาความปลอดภัย คนขับแท็กซี่ ฯลฯ อาจทำให้คุณได้รับทราบถึงข้อมูลใหม่ๆ ของสถานที่นั้นๆ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนก็เป็นได้

8. มีน้ำใจต่อคนรอบข้าง



ถึงแม้จะเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ อย่างการช่วยคนแก่ข้ามถนน การช่วยถือของ การอาสาถ่ายรูปให้ หรือแม้กระทั่งการเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในโครงการต่างๆ ฯลฯ แต่นั่นก็สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นได้ ทั้งยังเป็นการเปิดประตูนำไปสู่มิตรภาพใหม่ๆ อีกด้วย ดังนั้นอย่าอิดออดที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน เพราะสิ่งที่คุณจะได้กลับคืนมานั้น อาจสูงค่ายิ่งกว่าก็ได้

9. หลีกเลี่ยงการคาดหวัง แต่ยอมรับการเผชิญหน้ากับความจริง



หากคุณคือผู้ที่รักความสะดวกสบายประดุจดังการพักผ่อนอยู่กับบ้านแล้วล่ะก็ การเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวคงจะไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแน่นอน เพราะระหว่างการเดินทางนั้น คุณอาจต้องพบเจอกับปัญหาต่างๆ ที่ไม่ได้คาดหวังเอาไว้ รวมถึงตลอดทั้งทริปคุณอาจจะไม่ได้สัมผัสกับคำว่าสบายเหมือนกับการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์หรือการล่องเรือสำราญ อย่างไรก็ดี ประสบการณ์ของการเดินทางคนเดียวจะทำให้คุณค้นพบความเชื่อมั่นในตัวเอง และรู้สึกภาคภูมิใจในสิ่งที่คุณได้ทำมันคนเดียว