แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มัชรูมทราเวล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มัชรูมทราเวล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

Checklist 12 สิ่งควรรู้ ก่อนออกเดินทางสู่โลกกว้าง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังวางแผนจะเดินทางไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศและกำลังศึกษาหาข้อมูลอยู่ทั้งในหนังสือคู่มือท่องเที่ยว เว็บไซต์ เว็บบอร์ด หรือจากผู้มีประสบการณ์ตรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง วีซ่า  สถานที่ท่องเที่ยว สภาพอากาศ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ซึ่งบางท่านก็อาจจะได้รับคำตอบครบถ้วนอย่างที่ต้องการ แต่บางท่านก็อาจจะยังมีคำถามที่ค้างคาในใจ เพราะฉะนั้นวันนี้มัชรูมทราเวลจะมาช่วยคุณเช็คลิสต์ก่อนออกเดินทางค่ะ เพื่อให้คุณทราบว่ามีสิ่งไหนที่จะต้องทำและต้องเตรียมบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบทริปนั่นเอง                                                                                                                                                                                                                    
                                                                                                                                                                   
1. ตรวจสอบวันหมดอายุของหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ซึ่งโดยทั่วไปหนังสือเดินทางของคุณควรจะต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนออกเดินทาง
2. ทำการจองที่พักล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะหากแผนการเดินทางของคุณอยู่ในช่วงไฮน์ซีซั่นแล้วล่ะก็
3. ติดต่อธนาคารที่คุณเป็นผู้ถือบัตรเครดิตเพื่อสอบถามเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของการใช้บัตร ณ ประเทศนั้นๆ ที่คุณกำลังจะเดินทางไป รวมถึงหากคุณไม่ทราบรหัสบัตรเครดิต ก็ขอให้ธนาคารส่งรหัสมาให้คุณเพื่อใช้กดเงินในกรณีฉุกเฉินได้


4. การซื้อประกันการเดินทางไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายเพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่าหรือเพื่อช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศนั้นมีราคาแพงมาก ทั้งนี้ก่อนจะซื้อประกัน นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบเสียก่อน ทั้งบริษัทที่รับทำนั้นมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ หรือประกันที่จะซื้อนั้นครอบคลุมในทุกเรื่องที่เราต้องการหรือไม่ เป็นต้น
5. กรณีที่ต้องพาเด็กที่ไม่ใช่ลูกไปเที่ยวด้วย ควรต้องแน่ใจว่าได้เตรียมเอกสารพร้อมแล้วรวมทั้งหนังสือเดินทางของเด็กด้วย ที่สำคัญควรจะมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครองของเด็กติดตัวไปด้วย
6. ถ่ายสำเนาเอกสารการเดินทางที่สำคัญเก็บไว้เพื่อกันการสูญหายของต้นฉบับจริง


7. หากนักท่องเที่ยววางแผนจะท่องเที่ยวด้วยตัวเอง และต้องมีการเดินทางโดยรถไฟหรือเครื่องบินภายในประเทศนั้นๆ การวางแผนที่ดีที่สุดก็คือการซื้อตั๋วรถไฟหรือตั๋วเครื่องบินไว้ล่วงหน้า เนื่องจากจะสะดวกกว่าและสามารถวางแผนการเดินทางได้ง่ายกว่า และทำให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ด้วย
8. ถ้านักท่องเที่ยวมีความประสงค์ที่จะเช่ารถขับในต่างประเทศเพื่อความข้องตัวยิ่งขึ้น ก็จำเป็นจะต้องมีใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศติดตัวเอาไว้ด้วย โดยสามารถขอใบขับขี่สากลได้ที่กรมการขนส่งทางบก (หมอชิต) อาคาร 4 ชั้น 2 ในวันจันทร์ – วันศุกร์ โดยเตรียมเอกสารดังนี้คือ ใบอนุญาตขับรถพร้อมสำเนา บัตรประชาชนพร้อมสำเนา พาสปอร์ตพร้อมสำเนา สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป และค่าธรรมเนียม
9. ดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นต่างๆ ที่คุณอาจจำเป็นต้องใช้เอาไว้บ้าง เช่น แอพลิเคชั่นแปลภาษา แผนที่ ตารางเวลาขนส่งสาธารณะ เป็นต้น


10. เรื่องของสุขภาพใครว่าไม่สำคัญ ก่อนจะออกเดินทางท่องเที่ยว หากคุณรู้ตัวว่าเป็นอีกคนที่มีปัญหาในเรื่องของสุขภาพหรือโรคประจำตัว ควรจะเข้าพบแพทย์เสียก่อน  ส่วนผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องสุขภาพก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไป ควรเตรียมยาสามัญประจำบ้านติดตัวไว้บ้าง ถือคติว่ากันไว้ดีกว่าแก้ดีที่สุดค่ะ
11. นอกจากจะเก็บสำเนาเอกสารสำคัญติดตัวไว้นอกจากเอกสารตัวจริงแล้ว คุณควรจะฝากเอกสารอีกชุดไว้กับครอบครัวหรือเพื่อนที่ไว้ใจเอาไว้ด้วย
12. เนื่องจากแต่ละสายการบินล้วนมีข้อจำกัดในการนำสิ่งของติดตัวขึ้นเครื่อง อย่างเช่น ขนาดกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง จำนวน และน้ำหนัก ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรตรวจสอบจากเว็บไซต์หรือตัวแทนผู้จัดจำหน่ายตั๋วเครื่องบินก่อนที่จะเดินทาง เพื่อที่คุณจะได้จัดเตรียมสิ่งของได้ถูกต้องและไม่มีปัญหาในการเดินทางนั่นเอง

มัชรูมทราเวล

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

6 เทคนิคประหยัดรายจ่ายในการท่องเที่ยว... ที่ใครก็สามารถทำได้

หากพูดถึงเรื่องของการ แน่นอนล่ะว่าทุกคนรักการเดินทางท่องเที่ยวและอยากไปเที่ยวบ่อยๆ แต่ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจฝันก็คือเรื่องของการเงิน เพราะการเดินทางในแต่ละครั้งไม่ว่าจะใกล้หรือไกล จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล นั่นจึงทำให้เรื่องท่องเที่ยวสำหรับคนส่วนใหญ่กลายเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดอย่างหนักเลยทีเดียว ยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจไม่ใคร่จะเฟื่องฟูอย่างในปัจจุบันด้วยแล้ว การท่องเที่ยวจึงถูกมองเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยที่เหมาะสำหรับผู้มีอันจะกินเท่านั้น อย่างไรก็ดี วันนี้มัชรูมทราเวลมี 6 เทคนิค ที่จะช่วยให้นักเดินทางสามารถประหยัดรายจ่ายสำหรับการท่องเที่ยวไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศได้ง่ายๆ ดังต่อไปนี้


1. ค้นหาข้อมูลก่อนออกเดินทาง

เมื่อคุณกำหนดจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้แล้ว สิ่งที่จะต้องทำต่อไปก็คือการศึกษาหาข้อมูล ซึ่งไม่ใช่แค่การหาข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวว่าที่ไหนสวย ที่ไหนน่าไป หรือร้านอาหารร้านไหนอร่อยเท่านั้น แต่ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในกรณีท่องเที่ยวยังต่างประเทศด้วย  ซึ่งหากต้องขอวีซ่า ก็ต้องดูด้วยว่าระหว่างการขอผ่านตัวแทนกับยื่นสถานทูตด้วยตนเองนั้นอันไหนจะสะดวกและประหยัดมากกว่ากัน รวมไปถึงศึกษาแผนที่และเส้นทางแต่ละจุดอย่างละเอียด โดยอาจค้นหาด้วยตัวเองจากเว็บบอร์ดสาธารณะ อ่านจากหนังสือคู่มือการท่องเที่ยว หรืออาจจะปรึกษาบริษัททัวร์ก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งนั่นก็เพื่อให้การท่องเที่ยวของคุณราบรื่น และยังสามารถวางแผนการใช้เงินให้คุ้มค่าได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. ประเมินรายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการท่องเที่ยวในแต่ละครั้ง

หลังจากได้ข้อมูลตามที่ต้องการแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือวางแผนทางการเงินที่จะต้องใช้จ่ายตลอดทั้งทริป ซึ่งรวมถึงค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมที่พักด้วย โดยประเมินสิ่งจำเป็นที่ต้องจ่าย แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายออกมากเป็นตัวเลขคร่าวๆ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ายานพาหนะ ค่าบัตรเข้าชมการแสดงและกิจกรรมต่างๆ ค่าทิป ค่าของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ ค่าของฝากของที่ระลึก เป็นต้น จากนั้นเมื่อถึงเวลาของการเดินทาง ในท่องเที่ยวควรจะติดสมุดบันทึกเล่มเล็กติดตัวไปด้วย เพื่อจดบันทึกสรุปค่าใช้จ่ายจริงในแต่ละวัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถควบคุมการใช้เงินได้ง่ายยิ่งขึ้น

3. พิจารณาเลือกข้อเสนอที่ดีกว่า

ปัจจุบันธุรกิจทางด้านการท่องเที่ยวมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็คือการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของราคา และโปรโมชั่นต่างๆ ทำให้ลูกค้าที่จะซื้อบริการเป็นผู้ได้เปรียบจากการแข่งขันนี้ และมีอำนาจในการต่อรองเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นก่อนที่นักท่องเที่ยวจะซื้อบริการ หรือจองห้องพัก ฯลฯ ควรมีการตรวจสอบราคาจากหลายๆ แห่งก่อนเดินทางประมาณ 2-3 เดือนเพื่อเปรียบเทียบกันเสียก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งข้อเสนอที่ดีกว่าอาจจะไม่ได้หมายถึงเฉพาะราคาที่ถูกกว่าเท่านั้น แต่ต้องมองถึงความคุ้มค่าที่จะได้รับด้วย เช่นโรงแรมบางแห่งอาจจะมีโปรโมชั่นจองห้องพัก2 คืน ฟรี 1 คืน เป็นต้น


4. กำหนดช่วงเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเงินในกระเป๋า

แม้ว่าช่วงไฮซีซั่นหรือช่วงลองวีคเอนจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว แต่ก็เป็นช่วงเวลายอดนิยมที่ผู้คนมากมายเลือกที่จะท่องเที่ยวด้วยเช่นเดียวกัน ทำให้ราคาของสิ่งต่างๆ พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าทัวร์สำหรับกิจกรรมและการเข้าชมสถานที่ต่างๆ หรือแม้กระทั่งอาหารการกินที่มีราคาแพงกว่าปกติเป็นเท่าตัว ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่นแล้วเลือกเดินทางไปในช่วงโลว์ซีซั่น นอกจากจะได้ราคาที่ถูกมากๆ แล้ว ก็ยังจะได้เห็นเสน่ห์ที่แตกต่างของสถานที่นั้นๆ ซึ่งคนทั่วไปไม่มีโอกาสได้เห็นก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม บางสถานที่อาจมีข้อยกเว้นสำหรับการเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น อย่างเช่นหมู่เกาะต่างๆ ที่หากเป็นนอกฤดูกาลท่องเที่ยวจะเป็นช่วงมรสุม เป็นต้น    

5. ระมัดระวังข้อเสนอที่ราคาถูกจนเหลือเชื่อ

แน่นอนหากพูดถึงของถูกและของฟรี ใครกันล่ะจะไม่ชอบ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ของที่มีราคาถูกมากๆ นั้น เปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นของดีมีคุณภาพอาจมีความเป็นไปได้ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ อย่างการจองโรงแรมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งโรงแรมบางแห่งอาจมีราคาที่ถูกอย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับภาพถ่ายที่ถูกอัพโหลดมาเพื่อการโฆษณา จนดึงดูดให้เราต้องกดจองห้องพักอย่างว่องไวโดยไม่แม้แต่จะอ่านคอมเม้นท์รีวิวของลูกค้าที่เคยเข้าไปพัก ก่อนจะรู้ตัวทีหลังว่าภาพห้องพักสุดหรูที่เราเห็นบนเว็บไซต์นั้น แท้จริงคือภาพถ่ายเมื่อประมาณ 20-30 ปีที่แล้ว แต่สภาพปัจจุบันอาจจะแย่จนคุณต้องหิ้วกระเป๋ามองหาที่พักแห่งใหม่แทบจะทันทีก็เป็นได้ นอกจากนี้การหลงใหลกับราคาที่ถูกแสนถูกก็อาจจะทำให้คุณตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพบางประเภทโดยไม่รู้ตัว

6. ปฏิเสธการจ่ายที่เกินจริง

บางสถานที่ที่มีการรวมตัวของนักท่องเที่ยวมากๆ ที่นั่นก็ย่อมตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของผู้ให้บริการเช่นเดียวกัน อย่างสนามบิน สถานีรถไฟ รวมทั้งสถานีขนส่งที่จะมีรถรับจ้างคอยดักรอนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย ซึ่งถ้าคุณโชคไม่ดี ก็อาจเจคนขับรถที่โก่งราคาเกินจริงหลายเท่า ทางที่ดีควรตรวจสอบเส้นทางและการเดินทางในแต่ละจุดเสียก่อน หรือหากมีข้อสงสัยควรสอบถามที่เคาน์เตอร์ Information เพื่อขอข้อมูลการเดินทาง รวมถึงรถรับจ้างบางคันอาจได้รับค่าหัวคิวจากร้านอาหารบางแห่งให้พาลูกค้าเข้าร้าน โดยคิดราคาค่าอาหารแพงกว่าปกติเพื่อหักเป็นค่าหัวคิว เป็นต้น  


วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชางงีบีช มรดกความงามจากสงครามโลกครั้งที่ 2

หากนึกถึงประเทศสิงคโปร์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะคิดถึงเมอร์ไลอ้อนอันเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศแห่งนี้ และรวมไปถึง Marina Bay Sands, Gardens by the Bay, Singapore Flyer, Universal Studios, Sentosa Island หรือแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมอย่างถนนออร์ชาร์ด ไชน่าทาวน์ และลิตเติ้ลอินเดีย เป็นต้น แต่จริงๆ แล้วสิงคโปร์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ นอกจากความสวยงามที่สัมผัสได้ด้วยตาแล้ว ที่นี่ยังซ่อนเร้นประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวที่สุดของภูมิภาคนี้อีกด้วย


ชางงีบีชปาร์คคือหนึ่งในสวนสาธารณะริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อมาปิกนิกและสนุกกับกิจกรรมต่างๆ อย่างการตกปลา ว่ายน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เป็นต้น เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบหากเทียบกับแหล่งอื่นๆ ของสิงคโปร์ ทั้งที่หากย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่นี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชาวจีนจำนวนมากถูกกองทัพญี่ปุ่นสังหารอย่างโหดเหี้ยม ณ บริเวณนี้ และทำให้ชายหาดชางงีกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งสยองขวัญของเอเชียที่มีเรื่องราวกล่าวขานเกี่ยวกับวิญญาณของเชลยสงครามที่ยังสิงสู่อยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน
 
โดยเหตุการณ์อันเป็นที่มาของเหตุสยองขวัญในบริเวณชางงีบีชนี้เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทัพเรือแห่งญี่ปุ่นได้ยกพลบุกสิงคโปร์ซึ่งมีฐานะเป็นฐานทัพของทหารฝ่ายพันธมิตรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1942 จนก่อให้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงในช่วงวันที่ 8-15 กุมภาพันธ์ของปีเดียวกัน ก่อนที่สิงคโปร์จะตกอยู่ในเงื้อมมือของกองทัพญี่ปุ่นในที่สุด และชางงีบีชก็ได้กลายมาเป็นค่ายกักกันเชลยเป็นพันๆ คนที่มีทั้งทหารและพลเรือนของอังกฤษ จีน และออสเตรเลีย ซึ่งพวกเขาทั้งถูกใช้งาน ทำร้ายร่างกาย และถูกฆ่าอย่างทรมาน 


วันนี้แม้มุมหนึ่งของชางงีบีชจะขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ถูกกล่าวขานว่ามีผีสิงมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งเล่าลือกันมาแบบปากต่อปากทั้งจากคนภายในพื้นที่เองและนักท่องเที่ยว ที่เล่าว่าพวกเขาเคยได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดซึ่งหาที่มาของต้นเสียงไม่ได้ หรือบางครั้งก็เห็นคราบเลือดบนพื้นทราย และแม้แต่เสียงล่ำลือถึงวิญญาณไร้หัวที่เดินวนเวียนไปมาบนชายหาด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชางงีบีชร้างนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ด้วยความสวยงามและเงียบสงบของธรรมชาติที่นี่ที่สามารถเอาชนะความดำมืดของประวัติศาสตร์ไปได้แบบสบายๆ อีกทั้งนักท่องเที่ยวหลายๆ คนยังมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อต้องการพิสูจน์ความน่ากลัวด้วยสายตาของตัวเอง และทั้งหมดนี้ก็คือความสวยปนสยองของชางงีบีชที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในวันนี้