วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เตรียมการเรื่อง พาสปอร์ต ก่อนไปเที่ยวต่างประเทศ

การเดินทางเที่ยวต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก แต่ท่านควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทาง ไม่เช่นนั้นอาจต้องเสียทั้งเงิน หรือเวลาเพิ่มขึ้น โดยหลักการสากลทั่วโลกที่ถือได้ปฏิบัติกันมา ก่อนที่คนของประเทศหนึ่งจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังอีกประเทศหนึ่ง จำเป็นต้องมีเอกสารสำคัญ คือ หนังสือเดินทาง และวีซ่าประเภทการท่องเที่ยว และต้องได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศตามสิทธิของประเทศนั้นๆ จึงจะสามารถเดินทางไปยังประเทศที่ต้องการได้ ซึ่งการทำหนังสือเดินทาง ใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันทำการ ฉะนั้นท่านควรดำเนินการทำพาสปอร์ตให้เรียบร้อยก่อนยื่นวิซ่า อย่างไรก็ตาม บางประเทศมีข้อยกเว้นไม่ต้องดำเนินการขอวิซ่า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดของแต่ละประเทศ เช่น หากท่านเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแถบเอเชียใกล้ ๆ ไม่เกิน 2 อาทิตย์ อาจไม่ใช้วีซ่า ยกเว้น ญี่ปุ่น และ จีน



หนังสือเดินทาง (Passport)
หนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต เป็นเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องใช้เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ หรือระหว่างอยู่ที่ต่างประเทศ เปรียบเสมือนบัตรประชาชนยืนยันตัวบุคคล และถือเป็นหนังสือรับรองของประเทศต้นทางยืนยันว่าไม่มีปัญหาในการเดินทางออกนอกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นของเรื่อง การลักลอบเข้าเมือง, ยาเสพติด, ค้ามนุษย์, อาชญากรหนีออกนอกประเทศ, แรงงานเถื่อน เป็นต้น 

หนังสือเดินทางปัจจุบัน ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-พาสปอร์ต (e-passport) ซึ่งมีการบันทึกข้อมูลทางชีวภาพ (biometric passport) เช่น ลายนิ้วมือ รูปถ่ายใบหน้าเก็บเอาไว้ใน Chip ที่ฝังอยู่ในตัวหนังสือเดินทางด้วย หนังสือเดินทางรูปแบบนี้มีประโยชน์มากหลายด้าน เช่น ป้องกันการปลอมแปลง เนื่องจากต้องปลอมแปลงข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลทางชีวภาพของผู้ถือหนังสือเดินทางให้ตรงกันสองอย่าง ซึ่งมีความเป็นไปได้ยากทำให้สามารถสกัดกั้นขบวนการก่อการร้ายข้ามชาติ และปัญหาการลักลอบเข้าเมือง อีกทั้ง ยังทำให้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลผู้ถือหนังสือเดินทางรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น สุดท้ายยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทย ทำให้หนังสือเดินทางประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมากยิ่งขึ้น


ปัจจุบัน การทำพาสปอร์ตมีความสะดวกและรวดเร็วมาก ดำเนินการทำการได้ที่ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ อาจออกในประเทศไทยหรือสถานเอกอัครราชทูตในต่างประเทศ หรือสถานกงสุลไทยทั้ง 86 แห่ง

*แหล่งข้อมูล กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ www.consular.go.th
และวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (http://th.wikipedia.org/wiki)

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น