แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออสเตรีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ออสเตรีย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2557

10 สุดยอดเมืองสวยจับใจในหน้าหนาว


ในช่วงที่อากาศหนาวๆ แบบนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดก็ตามที่อยากสัมผัสอากาศหนาวแบบสุดขั้วจนหายใจออกมาเป็นไอหมอก รวมทั้งปุยหิมะนุ่มๆ สีขาวนวลแล้วล่ะก็ วันนี้มัชรูมทราเวลมี 10 เมืองสวยที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวในช่วงหน้าหนาวมากที่สุดมาฝากทุกท่าน ซึ่งเป็น 10 สถานที่ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลกว่าสวยงามมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวๆ แบบนี้ ส่วนจะเป็นที่ไหนนั้น ไปติดตามกันเลยค่ะ

เมืองปราก ประเทศเชค


ยอดแหลมของปราสาททรงคลาสสิกหลังงามที่ปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน รวมทั้งถนนที่เต็มไปด้วยหิมะที่คดเคี้ยวไปมา ทำให้ปรากกลายเป็นเมืองแห่งเทพนิยายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงฤดูหนาว โดยเสน่ห์ของปรากนั้นสะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมอันงดงามที่ดูเหมือนจะยิ่งสวยมากขึ้นภายใต้กองหิมะ โดยหนึ่งในพื้นที่ที่สวยที่สุดของปรากคือบริเวณเมืองเก่าที่มีป้อมปราการและห้องใต้ดินของโรมันนั่นเอง นอกจากนั้นโคมไฟบนถนนก๊าซที่ถูกติดตั้งขึ้นมาใหม่เมื่อเร็วๆ นี้ทั่วใจกลางเมืองก็ยิ่งเพิ่มสีสันความโรแมนติกยามเย็นให้กับปรากมากยิ่งขึ้นไปอีก

เมืองซาร์ลบวร์ก ประเทศออสเตรีย


ซาร์ลบวร์กกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่สวยที่สุดในช่วงหน้าหนาว ด้วยฉากหลังของป่าต้นสนและตลาดเก่าแบบดั้งเดิม ซึ่งแต่งแต้มให้ซาร์ลบวร์กกลายเป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบสำหรับฤดูหนาว นอกจากนี้ซาร์ลบวร์กยังเป็นเมืองที่มีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามเนื่องจากอยู่ติดกับเทือกเขาแอลป์ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นสถานที่กำเนิดของคีตกวีนามก้องโลกอย่างโมสาร์ท ทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของเพลง “Silent Night” เพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสอีกหนึ่งเพลงที่โด่งดังไปทั่วโลกไม่แพ้เพลงอื่นๆ ไม่เพียงเท่านั้น ซาร์ลบวร์กยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1997 อีกด้วย 

เมืองทรอมโซ ประเทศนอร์เวย์


หลากหลายเหตุผลที่ทำให้เมืองทรอมโซเป็นที่รู้จักโดยทั่วกันว่าเป็นเมืองหลวงของมหาสมุทรอาร์กติก นอกจากนั้นเมืองแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดของนอร์เวย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว นักท่องเที่ยวนิยมแวะเวียนมาทรอมโซโดยมีเป้าหมายคือแสงเหนืออันสวยงามและน่าพิศวง ไม่เพียงเท่านั้น ทรอมโซยังเต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายแห่งด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือพิพิธภัณฑ์ขั้วโลก ที่ผู้มาเยือนจะได้เข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของอาร์กติกและการเดินทางบนดินแดนแห่งนี้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันก็คือพิพิธภัณฑ์ทรอมโซนั่นเอง

กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์


หากใครที่เคยไปเยือนกรุงอัมสเตอร์ดัมมาแล้วคงรู้ดีว่า อัมสเตอร์ดัมนั้นเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยคลองไม่ต่างจากเวนิสของอิตาลี หรือกรุงเทพฯ ของไทย ซึ่งความสวยงามและจุดเด่นของคลองแห่งอัมสเตอร์ดัมนั้นไม่ใช่เพราะเรือกอนโดล่า เรือหางยาว หรือเรือใดๆ ที่แล่นอยู่ในลำคลอง แต่กลับเป็นภาพของตึกแคบๆ ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีสดใสที่เรียงตัวขนานไปกับลำคลอง และกองทัพรถจักรยานที่จอดเป็นแถวเป็นแนวต่างหาก ที่ดึงดูดให้ใครๆ ก็อยากบันทึกภาพความงดงามน่ารักของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่น้ำในลำคลองจะกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งบางๆ ส่วนหลังคาตึกและต้นไม้ก็กลับกลายเป็นสีเงินด้วยกองหิมะที่เกาะอยู่ทั่วไป นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์ในเมืองแห่งนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้ที่ไหนๆ ในโลก ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะห์ จิตกรชื่อดังก้องโลก หรือบ้านแอนน์ แฟรงค์ บ้านที่หนูน้อยชาวยิวเคยใช้เป็นที่หลบซ่อนจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันเป็นโศกนาฏกรรมที่แสนเศร้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

เมืองนากาโนะ ประเทศญี่ปุ่น


ในฐานะที่นากาโนะมีตำแหน่งเป็นถึงอดีตเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวมาก่อน แน่นอนว่าเมืองแห่งนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่นอกจากความสวยงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นแล้ว นากาโนะยังเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นและของโลกสำหรับการเล่นสกี นอกจากนั้นที่นี่ยังเต็มไปด้วยน้ำพุร้อนธรรมชาติอันสมบูรณ์ที่กระจายตัวอยู่ตามเขตชานเมืองและบนเนินเขา แน่นอนว่าหากนักท่องเที่ยวท่านใดได้มีโอกาสมาเยือนเมืองแห่งนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดก็คือการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดในพุทธศาสนา ที่นอกจากจะได้อิ่มบุญแล้ว ยังเต็มอิ่มไปกับความงามที่หาชมได้ยากยิ่งอีกด้วย

เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์


เมืองหลวงของประเทศไอซ์แลนด์แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในจุดที่หนาวที่สุดของทวีปยุโรปก็ว่าได้ แต่กระนั้นเมืองเรคยาวิกกลับเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ของน้ำพุร้อนธรรมชาติที่กระจายอยู่ทั่วเมือง ซึ่งนั่นก็ทำให้พื้นที่บริเวณใกล้ๆ บ่อน้ำพุร้อนคลายความหนาวได้บ้าง นอกจากนั้นเรคยาวิกยังมีเทศกาลประจำปี อย่างเช่นเทศกาลไฟซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่งดงามของฤดูหนาว รวมทั้งกิจกรรมเพลินๆ อย่างการแช่บ่อน้ำพุร้อนตามธรรมชาติท่ามกลางกองหิมะที่หนาวเย็น เป็นต้น

กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี


เบอร์ลินเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนีซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้เมืองอื่นใดในทวีปยุโรป โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวนั้น เบอร์ลินขึ้นชื่อในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวเยอรมันเองและชาวต่างชาติว่า มีสถานที่ยอดนิยมที่ใครๆ ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งก็คือตลาดคริสมาสต์ที่มีมากกว่า 60 แห่งภายในเมือง โดยจุดเด่นของตลาดคริสมาสต์ของเมืองเบอร์ลินก็เนื่องมาจากเยอรมนีเป็นต้นกำเนิดของตลาดคริสมาสต์ที่มีมานานกว่าร้อยปี ดังนั้นการมาที่นี่นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพอันสวยงามและคึกคักพร้อมกับขบวนสินค้าซึ่งเกี่ยวข้องกับเทศกาลที่น่าตื่นตาตื่นใจแล้ว ก็ยังจะได้สัมผัสกับกลิ่นอายของบรรยากาศเก่าๆ ในแบบตลาดคริสมาสต์ในยุคดั้งเดิมอีกด้วย นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ก่อนถึงช่วงเทศกาลคริสมาสต์ผู้คนนับล้านจะหลั่งไหลเข้าสู่นครเบอร์ลิน

เมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา


เมืองหลวงของแคนาดาแห่งนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงาม และยังเป็นจุดศูนย์รวมของสถานที่ทางประวัติศาสตร์ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ต่างๆ และสวนสาธารณะให้เที่ยวชมมากมาย  ส่วนในช่วงฤดูหนาวนั้นที่นี่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเทศกาลประจำฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือเทศกาล Winterlude ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 17 กุมภาพันธ์ โดยบริเวณใจกลางเมืองจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นเมืองแห่งประติมากรรมน้ำแข็งขนาดใหญ่ พร้อมกับมีการแสดงโชว์คอนเสิร์ตกลางแจ้งจากวงดนตรีชื่อดังจากทั่วโลก ส่วนในช่วงตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม – 7 มกราคม ใครที่ชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ เมืองแห่งนี้ก็มีการประดับประดาดวงไฟต่างๆ ตามอนุสรณ์สถานที่มีอยู่ทั่วเมือง เป็นภาพที่งดงามเหมือนกับหลุดออกมาจากโลกนิทานเลยทีเดียว

กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา


ย้อนกลับมาที่เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกากันบ้าง ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าหากนักท่องเที่ยวท่านใดได้เดินทางมายังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงเทศกาลคริสมาสต์แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะไปชมต้นคริสมาสต์ขนาดยักษ์ด้วยความสูงถึง 30 ฟุต ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ณ สถานีรถไฟยูเนียนที่ได้รับการอนุเคราะห์โดยสถานทูตนอร์เวย์ นอกจากนั้น เสน่ห์ของวอชิงตัง ดี.ซี. อีกอย่างก็คือ ภาพของอนุสรณ์สถานและตึกอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์มากมายที่ตั้งโดดเด่นท่ามกลางสายหิมะที่โปรยปราย และกองหิมะสีเงินที่ร่วงหล่นทับถมกันอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งเป็นภาพที่งดงามยิ่งกว่าช่วงฤดูไหนๆ

เมืองเอดินบะระ ประเทศสก๊อตแลนด์


สำหรับสถานที่สุดท้ายที่มัชรูมทราเวลอยากแนะนำก็คือเอดินบะระ เมืองหลวงของสกอตแลนด์ ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก ด้วยประวัติศาสตร์ของความเป็นเมืองเก่าอันรุ่งเรืองในช่วงยุคกลาง อย่างปราสาทเอดินบะระ หรือตรอกซอกซอยที่ปูลาดด้วยหิน ซึ่งทำให้ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนเอดินบะระก็งดงามอยู่เสมอ แต่หากนักท่องเที่ยวได้มาเยือนที่นี่ในช่วงหน้าหนาวแล้วล่ะก็ สิ่งที่แตกต่างก็คือถนนหนทางที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลน และตัวเมืองจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยลานสเก็ตน้ำแข็งกลางแจ้ง ต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ และชิงช้าสวรรค์ เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้จะรวมกันอยู่ภายใต้เงาของปราสาทในยุคกลางนั่นเอง

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

10 Best New Year's Countdown Celebrations


เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ถือเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่มีธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนกันทั่วโลก นั่นก็คือการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น สวยงาม และเพลิดเพลิน ซึ่งแต่ละประเทศก็จะระดมเงินทุน และสมองเพื่อให้การจัดงานเฉลิมฉลองการส่งท้ายปีเก่าหรือที่เรียกว่างานเคาท์ดาวน์นั้นออกมาน่าสนใจ อลังการ และมีจุดขายอันเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ มากที่สุด โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเที่ยวในประเทศของตัวเองมากขึ้น เพราะนั่นหมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศในช่วงเทศกาลอันสำคัญนี้ และอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเทศกาลแห่งความสุขอันยิ่งใหญ่นี้ก็จะหมุนเวียนมาสู่มนุษยชาติอีกครั้ง ดังนั้น Mushroom Travel ไม่รอช้า รีบเสาะหา 10 เมืองใหญ่ที่ดีที่สุดสำหรับการเคาท์ดาวน์มาฝากทุกท่าน เผื่อว่าท่านใดที่ยังไม่ได้วางแผนการสำหรับเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้ ก็จะได้นำข้อมูลของเราไปประกอบการตัดสินใจว่าธีมการเค้าท์ดาวน์ของเมืองไหนที่น่าสนใจสำหรับท่าน

Time to Dream at Sydney Harbour - Sydney, Australia


นับว่าเป็นความโชคดีของชาวออสซี่ที่มีโอกาสได้สัมผัสกับพระอาทิตย์แรกของปีใหม่ก่อนใครเพื่อน ดังนั้นจึงเป็นธรรมเนียมของดินแดนแห่งนี้ที่งานเฉลิมฉลองการส่งท้ายปีเก่าต้องอลังการงานสร้างเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองซิดนีย์ที่ถือได้ว่าเป็นเมืองสำคัญของประเทศ และเป็นจุดหมายปลายทางในอันดับต้นๆ ของโลกที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยากมาร่วมฉลองเทศกาลเคาท์ดาวน์มากที่สุด โดยจุดที่เหมาะสมในการรองรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศก็คือในบริเวณซิดนีย์ฮาร์เบอร์ ซึ่งจะถูกปรับเปลี่ยนเป็นเวทีสำหรับการแสดงขนาดใหญ่ โดยงานฉลองจะเริ่มตั้งแต่ช่วง 18.00 น. ไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน กับโชว์ที่หลากหลาย ทั้งการแสดงดอกไม้ไฟ ขบวนพาเหรดอันตระกาลตา และการแสดงแสงเลเซอร์ คอนเสิร์ต เป็นต้น

City Of Lights in Paris, France


สำหรับการเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในมหานครปารีส ธีมของการจัดงานของพวกเขาสื่อถึงชีวิตของชาวปารีสที่อาศัยอยู่ในเมืองแห่งแสงไฟ หรือ “City Of Lights” โดยตามถนนหนทางในเมืองทั่วทุกสาย รวมทั้งสถานที่สำคัญๆ ร้านอาหาร คลับ บาร์ ฯลฯ ก็จะตกแต่งด้วยแสงไฟสีต่างๆ ดูละลานตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอบๆ หอไอเฟล และในย่านถนนชองป์ส เอลิเซ่ ที่ผู้คนจำนวนมากจะมารวมตัวกัน ณ ที่แห่งนี้เพื่อรอชมดอกไม้ไฟที่จะถูกจุดขึ้นเหนือประตูชัยฝรั่งเศส และเมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรง ผู้คนก็จะทักทายสวัสดีปีใหม่กันด้วยการจูบแก้มอันเป็นธรรมเนียมของผู้คนที่นี่ นอกจากนั้นหากใครต้องการเปลี่ยนบรรยากาศ ปารีสก็ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่นการล่องเรือดินเนอร์ในบรรยากาศโรแมนติกกลางแม่น้ำแซน เป็นต้น

New Year's Eve in Las Vegas, USA


เมื่อพูดถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในอเมริกา คนส่วนใหญ่มักจะโฟกัสไปที่ย่านไทม์ สแควร์ มหานครนิวยอร์ค อันเป็นต้นแบบในการจัดงานเคาท์ดาวน์ที่แพร่ขยายไปทั่วโลกในขณะนี้ แต่จริงๆ แล้ว ในอีกฟากฝั่งของผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ลาสเวกัสคืออีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยสีสันไม่แพ้ฝั่งนิวยอร์คเลย เพราะอย่างที่เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีอยู่แล้วว่าลาสเวกัสนั้นได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งแสงสีที่ไม่เคยหลับใหล ซึ่งในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ที่นี่จะมีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ทั่วทุกมุมถนน โดยเฉพาะในย่านดาวน์ทาวน์ ที่จะมีการจัดงานต้อนรับปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลก และการแสดงดอกไม้ไฟพร้อมแสงสีเสียงสุดอลังการ 

New Year's Eve in London, United Kingdom 


สหราชอาณาจักรนั้นเป็นประเทศในลำดับท้ายๆ ของทวีปยุโรปที่จะได้เฉลิมฉลองเทศกาลต้อนรับปีใหม่เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในทวีปเดียวกัน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหานครลอนดอน จึงทำให้ในแต่ละปีการจัดงานของที่นี่จึงเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ทั้งการแสดงพลุไฟประกอบเสียงสีเสียง และขบวนพาเหรด เป็นต้น ผู้คนจำนวนหลักล้านจะมารวมตัวกัน ณ บริเวณริมแม่น้ำเทมส์ และลอนดอยอายส์หรือที่รู้จักกันดีในนามของชิงช้าสวรรค์ยักษ์อันเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นอีกแห่งหนึ่งของกรุงลอนดอน รวมทั้งในบริเวณรอบๆ หอนาฬิกาบิ๊กเบน เพื่อรอนับเวลาถอยหลังพร้อมกัน และเมื่อถึงเวลา 10 วินาทีสุดท้ายก่อนจะก้าวเข้าสู่วันใหม่ พลุจำนวนหลายแสนนัดจะถูกจุดขึ้นพร้อมกันเบนท้องฟ้าเหนือลอนดอนอายส์ หอนาฬิกาบิ๊กเบน  และอาคารรัฐสภาเวสมินสเตอร์ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจเป็นอย่างมาก 

Hong Kong New Year Countdown Celebrations, Hong Kong


หันกลับมาดูทวีปเอเชียบ้านเราบ้าง ฮ่องกงถือว่าเป็นประเทศที่ใช้งบลงทุนกับการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในจำนวนมหาศาลเป็นประจำทุกปี จึงทำให้ที่นี่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกที่นักท่องเที่ยวจากชาติต่างๆ มักจะต้องมารวมกันที่นี่เพื่อรอการเฉลิมฉลองเทศกาลต้อนรับปีใหม่ที่สนุกสนานและสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการแสดงดอกไม้ไฟจำนวนมหาศาล หรือ Light Show อันเป็นไฮไลท์ของการแสดงที่ในแต่ละปีมักจะเซอร์ไพรส์นักท่องเที่ยวได้เสมอ และเมื่อถึงเวลาแห่งการนับถอยหลังเข้าสู่วันแรกของปีใหม่ ในบริเวณริมอ่าววิคตอเรียจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจากหลากหลายเชื้อชาติ ที่จะมารวมตัวกันเพื่อนับเวลาถอยหลังพร้อมกันและชมพลุที่จะถูกจุดขึ้นเป็นล้านๆ นัดเหนืออ่าววิคตอเรียแห่งนี้ 

Street Party - Amsterdam, Netherlands


อัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของประเทศเนเธอแลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญในทวีปยุโรปที่เป็นจุดหมายทางของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จากทั่วโลกในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากในช่วงวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี ถนนสายสำคัญในอัมสเตอร์ดัมจะกลายสภาพเป็นลานปาร์ตี้ ผู้คนจะออกมาชุมนุมตามท้องถนนพร้อมกับเต้นรำและสังสรรค์กันอย่างสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเย็น ส่วนร้านอาหารและอาคารต่างๆ ตามสองข้างทางก็จะตกแต่งด้วยแสงไฟอย่างงดงามเพื่อเรียกแขกขาจร จากนั้นในช่วงเวลาสำคัญผู้คนก็จะกระจายกันจับจองที่ทาง ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนน บนสะพาน หรือบนม้านั่งในสวนสาธารณะเพื่อรอชมพลุไฟที่จะถูกจุดขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันในช่วงเวลาเคาท์ดาวน์เข้าสู่ปีใหม่  

New Year's Eve Berlin, Germany


กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนีคืออีกหนึ่งเมืองที่น่าสนใจหากใครต้องการไปเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่กันที่นี่ เพราะเป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ที่ดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกอีกแห่งหนึ่ง คริสต์ศาสนิกชนกว่าล้านคนจะมาชุมนุมกันในโบสถ์ต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเบอร์ลิน เพื่อร่วมสวดมนต์ข้ามปี ส่วนอีกด้านหนึ่งของเมือง ผู้คนจำนวนมากจะไปรวมตัวกัน ณ บริเวณประตูบรานเดนบวร์กจนถึงเสาแห่งชัยชนะ ซึ่งมีระยะความยาวถึง 2 กิโลเมตร เพื่อร่วมฉลองงานเยอรมันซิลเวสเตอร์ หรืองานปาร์ตี้ฉลองปีใหม่กลางแจ้งของกรุงเบอร์ลิน ที่ภายในงานจะประกอบด้วยคอนเสิร์ตจากวงดนตรีชั้นนำจากทั่วโลก การแสดงพลุไฟ และ Light show อันเป็นธรรมเนียมที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลายไป และเยอรมนีตะวันออกกับตะวันตกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

The New Year's Concert of the Vienna Philharmonic, Austria 


การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียนั้นค่อนข้างแตกต่างจากเมืองใหญ่อื่นๆ เพราะบรรยากาศการฉลองปีใหม่ของที่นี่ค่อนข้างคลาสสิกและโรแมนติก จึงทำให้งานเคาท์ดาวน์ที่เวียนนาเหมาะสำหรับคู่รัก หรือคู่แต่งงานเป็นอย่างยิ่ง โดยวันสุดท้ายของปี กรุงเวียนนาจะถูกเนรมิตให้คล้ายกับเป็นวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่พิเศษคือมันไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เป็นคอนเสิร์ตในแบบซิมโฟนีออเคสตร้าอันเป็นประเพณีที่สืบต่อกันมาเป็นร้อยๆ ปี ซึ่งคอนเสิร์ตจะถูกจัดขึ้นทั้งในส่วนของพระราชวังอิมพีเรียล หรือแม้กระทั่งบนท้องถนน โดยงานจะเริ่มจะตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของวันที่ 31 ธันวาคม ต่อเนื่องไปจนถึงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 1 มกราคม ท้องถนนจะเต็มไปด้วยผู้คนที่ออกมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนานและสวยงามในจังหวะดนตรีแจ๊ส วอลซ์ ฯลฯ อย่างเพลงของบรรดาคีตกรเอกอย่างบีโธเฟน บาก วิวัลดี โมสาร์ท เป็นต้น ภายใต้ความสว่างไสวของพลุจำนวนมากที่ถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้า 

Race the Clock - Barcelona, Spain


สำหรับประเทศสเปน การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ของพวกเขาออกจะค่อนข้างมีพิธิการมากกว่าประเทศอื่นๆ อยู่สักหน่อย นั่นคือในวันสุดท้ายของปี ชาวสเปนจะพร้อมใจกันเฉลิมฉลองเทศกาลภายในครอบครัวโดยไม่ออกจากบ้านไปไหนเลย จนกระทั่งเมื่อเวลาเที่ยงคืนมาถึง เสียงระฆังจากโบสถ์ต่างๆ จะดังขึ้นเป็นเครื่องบอกเวลาถึงวันใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามา ซึ่งชาวสเปนทั้งหลายก็จะต้องรับประทานองุ่นจำนวน 12 ลูกเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย เพราะพวกเขามีความเชื่อว่าการกินองุ่นในเวลาแรกของปีใหม่จะทำให้มีโชคดีตลอดทั้งปีที่กำลังมาถึง จากนั้นจึงจะออกไปเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่บนท้องถนน ด้วยการเต้นรำอันเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวสเปนในชุดสีสันสดใส พร้อมกับชมดอกไม้ไฟ พลุ และประทัดจำนวนมากมาย ที่ส่องแสงสว่างไสวไปทั่วเมือง อันเป็นสิ่งที่แสดงถึงการต้อนรับเช้าวันใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามา

Extended New Year Celebrations - Tokyo, Japan


สำหรับเมืองสุดท้ายนี้ เราขอปิดท้ายการเคาท์ดาวน์ ณ ประเทศญี่ปุ่น ที่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้นถือเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญต่อชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศของการเฉลิมฉลองปีใหม่มาสู่ความเงียบสงบ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นคือตัวเลือกที่คุณคู่ควร โดยในวันสุดท้ายของปี ครอบครัวชาวญี่ปุ่นจะเฉลิมฉลองเทศกาลกับครอบครัวภายในบ้านด้วยการรับประทานโซบะร่วมกันตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ จากนั้นพวกเขาจึงจะแต่งตัวด้วยชุดประจำชาติอย่างกิโมโนหรือไม่ก็ชุดยูกาตะแล้วออกไปไหว้พระขอพรตามศาลเจ้าต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วกรุงโตเกียว นับว่าเป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก ประหนึ่งเหมือนกับย้อนเวลาไปในยุคโบราณ ส่วนตามท้องถนนต่างๆ ก็จะมีการประดับตกแต่งด้วยแสงไฟหลากสีดูสวยงาม จึงนับว่าโตเกียวเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีบรรยากาศของการเฉลิมฉลองปีใหม่ที่โรแมนติกที่สุดในโลก