แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัวร์ไทเป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทัวร์ไทเป แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

ไทเป101ตะลอนกิน ตะลุยเที่ยว อิ่มอร่อยครบสูตร


Feature-Image

ตะลุยเสียดฟ้ากับตึก ไทเป101 อิ่มอร่อยทั้งอาหารตาและอาหารท้อง

มาไต้หวันทั้งที ห้ามพลาดตึกยอดฮิต ฮวงจุ้ยดี อย่าง ไทเป 101
และแน่นอนว่าบนตึกยังขนอาหารเลิศรสมาเรียงรายอีกเพียบ!!

Taipei 101 and the city and dusk, Taipei, Taiwan - 臺北101, 台北, 台湾หากพูดถึงประเทศไต้หวันแล้ว ถ้าไม่มาชมทัศนียภาพบนตึกที่เคยครองแชมป์อันดับ 1 ของโลก 7 ปีซ้อน (ค.ศ. 2003 – 2010)อย่าง ตึกไทเป 101 แล้วล่ะก็… ระวังจะโดนชาวบ้านเยาะเย้ยว่ามาไม่ถึงเอาได้นะจ้ะนอกจากนี้ ก่อนที่จะเหินฟ้าขึ้นไปยังจุดชมวิวสูงเสียดฟ้าที่เขาว่าดีนักดีหนาบนชั้น 88 – 91 ระหว่างทางยังมีร้านอาหารที่แสนอร่อยและขึ้นชื่ออีกมากมาย

STAY_Taipei
Cr : lizardgirl.exteen.com

ขอเริ่มด้วยร้าน Din Tai Fung เสี่ยวหลงเปาขึ้นชื่อที่ Central World บ้านเรานั่นแหละ แต่ต้นตำรับเจ้าแรกต้องที่ไต้หวัน หากใครได้มาต้องลองลิ้มรสชาติของแท้ซักครั้ง จุดเด่นของ Din Tai Fung ทุกสาขา นั่นคือ เชฟทุกคนจะต้องแสดงฝีมือการทำหารหุงอุ่นตุ๋นต้มนึ่งอยู่ภายในห้องกระจก เพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นการทำงานได้ทุกขั้นตอน และแน่นอนว่า อาหารขึ้นชื่อคงหนีไม่พ้น เสี่ยวหลงเปา ที่มาสารพัดไส้ ไม่ว่าจะเป็น ไส้หมูรสต้นตำรับ ไส้สับหมูสับไข่ปูสีส้มสด ไส้ไก่ ฯ นอกจากนี้ยังมีขนมจีบ ซาลาเปา เกี๊ยว บะหมี่ โอ๊ย! เยอะแยะไปหมด มาทานเหอะ แล้วจะรู้ว่ารสชาติต้นตำรับมีดียังไง ราคาก็แสนถูก ลงมาหาได้ที่ชั้นใต้ดินนะจ้ะ
ร้านต่อมาขอโดดมาที่ร้านอาหารระดับโลกที่การันตีด้วย 3 Michelin-Stars (Michelin Guide เป็นหนังสือไกด์บุ๊คโดยจัดเรทติ้งทั้งโรงแรม ภัตตาคาร รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวที่ต่างๆ ทั่วโลก และระดับ 3 ดาว หมายถึง อาหารต้องได้รับการพิถีพิถันทั้งการตกแต่งและวัตถุดิบชั้นเลิศ คือต้องเป็นจานที่สมบูรณ์แบบสุดๆ) อย่าง ร้าน S.T.A.Y โดยเชฟชาวฝรั่งเศส ซึ่งตัวร้านตั้งอยู่ชั้น 4 ของตึก ร้านอาหารสุดหรูขนาดนี้ต้องมีอ๊อฟชั่นเซ็ทเมนูมาเสนออยู่แล้ว เพื่อความกลมกล่อมในทุกสัมผัส นอกจากนี้ยังมี Pastry Library เป็นบาร์ขนมหวานของทางร้าน ซึ่งลูกค้าสามารถเดินไปเลือกเองได้เลย และยังมีขนมปังของแชมป์รางวัล M.O.F (Meilleur Ouvrier de France Boulangerie) อีกด้วย และร้านสุดท้ายขอปิดด้วยร้านอาหารสุดฮิตของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น (แต่เป็นร้านอาหารสไตล์ไต้หวัน) อย่างร้าน ซินเย่ ชั้น 85 โดยเมนูเด็ดของทางร้านมีเยอะแยะให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมทอด เต้าหู้ผัดกุ้ง หมูกับลูกพรุน ขอบอกว่าเมนูนี้เนื้อหมูนุ่มลิ้นละลายในปากสุดๆ และที่พลาดไม่ได้ พระกระโดดกำแพงสูตรซินเย่ ส่วนผสมคือ แตงกวาทะเล หมู ไก่ และซุปหูฉลาม กระซิบนิดนึงนะว่า ถ้าใครอยากทานเมนูนี้ต้องโทรเข้าไปจองล่วงหน้าก่อน
Shilin_Night_Marketเรียกได้ว่าไทเปมีอาหารการกินที่หลากหลายมากๆ หรือถ้าใครชอบแนว Street Food ขอแนะนำตลาดกลางคืนซือหลิน และที่ขาดไม่ได้สุดๆ คงหนีไม่พ้น ชานมไข่มุก ถ้าจะให้เจ๋งต้องไปร้านต้นกำเนิด ชุนสุ่ยถัง (Chun Shui Tang)
เมื่ออิ่มท้องขนาดนี้ ก็ถึงเวลาอิ่มตาอิ่มใจกับตึกไทเป 101กันแล้ว ตึกนี้เป็นตึกที่เป็นสุดยอดแห่งฮวงจุ้ย เพราะทุกจุดของตึกมีความหมายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชื่อ 101 ที่มีความหมายว่า วันที่ 1 เดือน 1 นอกจากเป็นวันขึ้นปีใหม่แล้ว ยังเป็นวันมงคลที่ตึกไทเป 101 เปิดให้บริการอีกด้วย หรืออีกนัยยะหนึ่งก็คือ เลข 0 เลข 1 เป็นเลขที่สื่อถึงความเป็น ดิจิตอล เทคโนโลยีอีกต่างหาก! ตัวอาคารมีความสูงถึง 509.2 เมตร และยังถูกดีไซน์ให้ลักษณะเป็นรูปทรงเจดีย์จีนและเป็นปล้องคล้ายไม้ไผ่จำนวน 8 ปล้อง ซึ่งเลข 8 เป็นเลขมงคลของคนจีน ที่แทนความร่ำรวย รุ่งเรือง และโชคลาภ หากจะมองอีกมุมหนึ่งลักษณะเหมือนรูปเงินจีนโบราณมาวางซ้อนกัน นอกจากนี้ยังเป็นลิฟต์ที่มีความเร็วเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยความเร็ว 60.6 กม./ชม. ซึ่งพ้องกับความเร็ว 1010 เมตร/นาที การแฝงความหมายดีๆ ตามหลักฮวงจุ้ยแบบนี้นี่เองถึงได้เป็นตึกที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นอันดับ 1 ของไต้หวัน
View_Taipei101damperbaby
และชั้นชมวิวที่ไม่ควรพลาดคือชั้น 89 และ 91 เริ่มจากซื้อบัตรที่ชั้น F5 (ชั้นนี้มีภาพกำแพงวิวของตึกไทเปให้ไปแอ็คท่าเก๋ๆ ด้วย) เมื่อซื้อบัตรเสร็จก็ตรงดิ่งไปกดลิฟต์ไปยังชั้น 88 โดยใช้เวลาเพียง 37 วินาทีเท่านั้น! แล้วก็ขึ้นไปบันไดต่อไปที่ชั้น 89 ซึ่งชั้นนี้มีบานกระจกโดยรอบทำให้มองเห็นวิว 360 องศาได้อย่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งยังมีจุดที่บอกประวัติความเป็นมา Concept และภาพแสดงจุดต่างๆ ที่มองเห็นจากบนตึกอย่างละเอียดยิบ ส่วนที่ฮิตที่สุดคงต้องยกให้ร้านขายของที่ระลึก และจุดส่งโปสการ์ดที่สามารถประทับตรามาสคอต อย่างน้อง Damper (แดมเปอร์เป็นสัญลักษณ์ของลูกตุ้มยักษ์ที่ได้มีการออกแบบโครงสร้างเพื่อรับมือกับพายุและแผ่นดินไหวได้กว่า 7.0 ริกเตอร์) ส่วนชั้น 91 คือจุดชมวิวที่สามารถออกมารับลมข้างนอกได้ และวิธีการมาก็ง่ายมาก คือ นั่ง MRT ลงที่สถานี Taipei City Hall ทางออก 4 เดินมาเพียง 10 – 15 นาที ก็ถึงตึกไทเป 101 แล้ว เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 22:00 น. ส่วนรอบซื้อบัตรเวลาสุดท้าย 21:15 น.

——————-
Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ไต้หวัน ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id: @mushroomtravel

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557

6 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งมหานครไทเป

มหานครไทเป คือเมืองหลวงของไต้หวันที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ โดยมีสถานะเป็นเมืองศูนย์กลางของการเมืองการปกครอง และเศรษฐกิจมวลรวมของประเทศอีกด้วย นอกจากนั้นไทเปยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญต่างๆ อีกมากมาย อย่างเช่น วัดวาอารามอายุหลายร้อยปี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอันเลื่องชื่อ ตึกไทเป 101 ซึ่งเคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลก เป็นต้น ไม่เพียงแต่ที่กล่าวมาในข้างต้นเท่านั้น แต่ไทเปยังประกอบไปด้วยระบบรถไฟฟ้าที่สะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติตามแนวภูเขาไฟอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณและสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ให้นักท่องเที่ยวและชาวไทเปได้มาพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศสีเขียวอีกด้วย


สำหรับในเรื่องของการท่องเที่ยว มหานครไทเปถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในทวีปเอเชีย ซึ่งนักท่องเที่ยวควรไปเยือนเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากค่าครองชีพจะไม่สูงเวอร์จนเกินไปแล้ว ไทเปยังเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งที่มนุษย์สรรค์สร้างขึ้นได้อย่างลงตัว ดังเช่น 6 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งมหานครไทเป ที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในวันนี้นั่นเอง

น้ำพุร้อนเป่ยโถว 



ในบริเวณพื้นที่ด้านหน้าของ MRT สถานีสวนสาธารณะนิวเป่ยโถวกลางกรุงไทเป ที่นี่เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว ซึ่งเป็นเขตอาณาบริเวณของภูเขาไฟซาเม่าที่พ่นไอกำมะถันออกมาตลอดทั้งปี ภายในพิพิธภัณฑ์น้ำพุร้อนเป่ยโถว เมื่อนักท่องเที่ยวเดินเข้าไปภายในก็จะพบกับอาคารพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นห้องอาบน้ำแบบญี่ปุ่นจัดแสดงสิ่งของและภาพถ่าย ที่อธิบายถึงความเป็นมาของบ่อน้ำพุร้อนในไต้หวันและที่อาบน้ำสาธารณะในสมัยดั้งเดิม รวมถึงสื่อการแสดงที่นำเสนอเกี่ยวกับบ่อน้ำพุร้อนเป่ยโถวอีกด้วย ส่วนภายนอกก็จะเป็นบึงน้ำสีฟ้าที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ 52-75 องศาเซลเซียส ประกอบไปด้วยธาตุกำมะถันที่ช่วยรักษาอาการปวดตามเส้นประสาท โรคผิวหนัง และโรคปวดข้อ จึงทำให้ที่นี่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทเปและชาวต่างชาติอยู่ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่บริเวณนี้จะดูสวยงามมากเป็นพิเศษ ส่วนใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ที่นี่ก็มีห้องพักในสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมพร้อมอ่างอาบน้ำส่วนตัวไว้บริการด้วย 


Getting There: นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยือนน้ำพุร้อนเป่ยโถว สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินนิวเป่ยโถวไปถึงบริเวณที่ตั้งของน้ำพุร้อนได้เลย 

เมืองตันสุ่ย



ตันสุ่ยเป็นอีกหนึ่งสถานที่แห่งการพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดในไต้หวัน โดยเฉพาะตลาดกลางคืนที่กลายเป็นถนนคนเดินยอดนิยม และวิวพระอาทิตย์ตกดินของที่นี่นั้นถือว่ามีชื่อเสียงที่สุดในไต้หวันกันเลยทีเดียว โดยตันสุ่ยถือเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางปากแม่น้ำตันสุ่ยซึ่งมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน โดยเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1858 ด้วยการเปิดท่าเรือแห่งชาที่แรกทางตอนเหนือของไต้หวัน นั่นจึงทำให้ปัจจุบันที่นี่ยังคงหลงเหลือภาพความทรงใจในอดีตอันรุ่งเรือง รวมไปถึงตึกรามบ้านช่องในสไตล์ตะวันตกของชาวดัตช์ในอดีตที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ประปราย 


Getting There: นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเยือนตันสุ่ย สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆ ด้วยการนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีแดงมาลงที่สถานีตันสุ่ย หรือหากเป็นการโดยสารทางเรือ ก็สามารถต่อรถบัสสีแดงหมายเลข 26 จากท่าเทียบเรือประมงได้เลย

เมืองจีหลง



นี่คือเมืองท่าที่สำคัญที่สุดทางภาคเหนือของไต้หวัน ตั้งอยู่ปลายแหลมเหนือสุดของประเทศ โดยจีหลงถือเป็นเมืองท่าแห่งหนึ่งที่มีการขนส่งทางทะเลอย่างคับคั่ง ซึ่งในอดีตนั้น จีหลงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านการคมนาคมขนส่ง และยังมีฐานะเป็นฐานทัพที่สำคัญของไต้หวันอีกด้วย นอกจากนั้นจีหลงยังมีความสำคัญทางด้านวัฒนธรรม ประกอบกับมีภูมิประเทศที่สวยงามโดดเด่น จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญโดยเฉพาะในช่วงแห่งการเฉลิมฉลองสารทจีน ซึ่งตามตรอกซอกซอยต่างๆ จะเต็มไปด้วยร้านอาหารทะเลอยู่แน่นขนัด ไม่เพียงเท่านั้น ท่าเรือจีหลงซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณปากแม่น้ำตันสุ่ยยังได้ชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่ง อีกทั้งในบริเวณฝั่งแม่น้ำยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟไว้คอยบริการ และมีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ไว้สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย


Getting There: นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไฟออกจากเมืองไทเปเพื่อไปยังจีหลงได้เลย นอกจากนั้นยังมีรถบัสที่ออกจากสถานีหลักไทเปให้บริการอีกด้วย 

หมู่บ้านอูไหล



หมู่บ้านอูไหลถูกแต่งตั้งให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งเมืองไทเปตั้งแต่ยุค 70 ด้วยสภาพแวดล้อมที่หลบซ่อนจากความวุ่นวายของเมืองไทเปในบรรยากาศแบบชนบท ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของภูเขาและน้ำตก นอกจากนั้นภายในหมู่บ้านอูไหลยังมีการแสดงวัฒนธรรมของชนเผ่าไทหยาจู และการทอผ้าแบบดั้งเดิมให้ชมด้วย รวมถึงยังมีร้านอาหาร ร้านขายสินค้าพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวได้จับจ่ายอีกมากมาย เพียบพร้อมทั้งรีสอร์ทชั้นดี สปาสุดหรู และบ่อน้ำพุร้อนไร้สีและไร้กลิ่นให้ได้ผ่อนคลายความเมื่อยล้าอย่างเต็มที่ และเนื่องจากหมู่บ้านอูไหลแห่งนี้ไม่ไกลจากไทเปมากนัก จึงทำให้ชาวไทเปชอบที่จะมาเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้อยู่เป็นประจำ    


Getting There:  ทุกๆ วันจะมีรถบัสสาย 1061 ไว้คอยบริการ ซึ่งจะเดินทางออกจากสถานี MRT Xindian ทุกๆ 15-30 นาที และใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที เพื่อมายังหมู่บ้านอูไหล 

เมืองผิงซี



ผิงซีคือเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงด้วยการเป็นสถานที่จัดงานลอยโคมซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญของชาวไต้หวัน โดยมีระยะของการจัดงานในแต่ละครั้งนานถึง 1 สัปดาห์ โดยการลอยโคมนี้ในอดีตใช้เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยให้แก่ชาวเมือง แต่ปัจจุบันประเพณีนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพของชาวไต้หวัน ซึ่งในแต่ละปีจะมีผู้เดินทางเข้ามาร่วมงานอย่างครับครั่ง ภายในเมืองจะเต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ มากมายเปิดขายสินค้าอยู่เต็มท้องถนน โดยเฉพาะโคมแบบต่างๆ ที่มีสีสันและลวดลายอันสวยงาม นอกจากนั้นบางแบบยังแฝงลูกเล่นเพื่อยั่วตายั่วใจนักช้อปอีกมากมายหลายแบบ ทำให้ทุกค่ำคืนของที่นี่ในช่วงเทศกาลลอยโคม เต็มไปด้วยแสงไฟที่สวยงามและมีเสน่ห์น่าค้นหาอย่างที่สุด นอกจากนั้นผิงซียังมีพื้นที่สำหรับกิจกรรมการเดินป่า และชมความงามของน้ำตกจิวเฟิ่นอันเลื่องชื่ออีกด้วย  


Getting There:  จากอำเภอมู่จ้าในเมืองไทเป ให้นั่งรถเมล์สาย 15 หรือ 16 หรือจากเร่ยฟาง แล้วนั่งรถเมล์สายจีหลงไปยังผิงซี หรือนั่งรถไฟสายอี้หลันไปโฮตง จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นสายปิงสีไปยังเมืองผิงซี

หมู่บ้านโบราณจิวเฟิ่น



หมู่บ้านโบราณจิวเฟินนี้ตั้งอยู่บนไหล่เขาไม่ไกลจากเมืองไทเปมากนัก และเป็นถนนคนเดินเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งในไต้หวัน ซึ่งในอดีตหมู่บ้านแห่งนี้เคยเป็นที่ร่อนทองของเหมืองทองคำมาก่อน ต่อมาภายหลังในสมัยที่ญี่ปุ่นได้เข้ามาปกครองเกาะไต้หวัน ก็ได้เข้ามาขุดทองและสร้างที่นี่ให้เป็นเหมืองทองคำ จนกระทั่งทองคำหมด ที่นี่ก็ถูกทิ้งร้างอยู่นานหลายปี จนเมื่อผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังแห่งไต้หวันได้เลือกที่นี่ให้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ จึงทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยภายในหมู่บ้านจิวเฟิ่นนั้นมีตลาดเก่าให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นและช้อปปิ้งอย่างสนุกสนาน ประกอบกับทิวทัศน์ที่สวยงามของมหาสมุทรแปซิฟิกและน้ำแร่ทองซึ่งแร่ธาตุในน้ำส่องประกายให้น้ำตกกลายเป็นสีทอง นักท่องเที่ยวที่เดินทางสู่มหานครไทเปจึงไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนหมู่บ้านแห่งนี้ดูสักครั้ง


Getting There:  จากช่องทางออกที่ 1 ของสถานีรถไฟใต้ดินไทเป สถานีจงเชี่ยว-ฝู่ชิง นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถเมล์สาย1062 เพื่อไปยังจิวเฟิ่น