แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกาหลีราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกาหลีราคาถูก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เปิดการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ เยือน 6 เกาะแก่งแห่งเกาหลีใต้

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีพื้นที่กว่า 50% ติดชายฝั่งทะเล ทั้งส่วนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี และทะเลญี่ปุ่น นั่นจึงทำให้ประเทศแห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งประเทศในโลกที่มีเกาะน้อยใหญ่รายล้อมอยู่มากมายถึง 3,358 เกาะที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการนอกชายฝั่งเกาหลีใต้ ซึ่งเกาะที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือเกาะเจจูที่อยู่ทางใต้ของจังหวัดจอลลาใต้นั่นเอง เนื่องจากมีบรรยากาศที่โรแมนติกแบบประเทศในเขตร้อน และมีบรรยากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นสบายเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ รวมถึงยังมีสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่งดงามจับตาชวนให้น่าค้นหาอีกด้วย อย่างไรก็ดี นอกจากเกาะเจจูแล้ว เกาหลีใต้ยังมีเกาะอื่นๆ ที่น่าสนใจอยู่อีกมากมาย ดังเช่น 6 เกาะที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากในวันนี้


เกาะฮงโด (Hongdo)



เกาะฮงโดมีพื้นที่ 6.47 ตางรางกิโลเมตร อยู่ห่างจากท่าเรือมกโพไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 115 กิโลเมตร โดยที่มาของชื่อฮงโดที่แปลว่าสีแดงเข้มนั้นตั้งตามลักษณะของเกาะ ซึ่งทุกวันขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงสุดท้ายของวันจะเปลี่ยนเกาะแห่งนี้ให้เป็นสีแดงเข้มนั่นเอง นอกจากนั้นเกาะฮงโดยังมีจุดเด่นด้วยหน้าผาสูงที่มีหินรูปทรงต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะ มีจุดชมวิวถึง 33 แห่ง รวมไปถึงเสน่ห์ของทะเลสีคราม และป่าไม้สีเขียวชอุ่มซึ่งประกอบด้วยพืชพรรณกว่า 270 ประเภท และเป็นบ้านของสัตว์ป่าถึง 170 สายพันธุ์ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เกาะแห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติในปี ค.ศ.1965 และเปลี่ยนเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลดาโดแฮในปี ค.ศ.1981



เกาะอุลลึงโด (Ullengdo)



เกาะอุลลึงโดคือสถานที่พักผ่อนอีกหนึ่งแห่งซึ่งเป็นที่นิยมของชาวเกาหลี และเป็นพื้นที่ประมงสำคัญของชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยเฉพาะการจับปลาหมึก ทำให้สินค้าแปรรูปของที่นี่อย่างปลาหมึกแห้งกลายเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เกาะอุลลึงโดมีความยาว 268 กิโลเมตร และมีความกว้างถึง 73.15 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองโพฮังอันเป็นตำแหน่งสุดปลายฝั่งตะวันออกของเกาหลีใต้ ซึ่งจุดเด่นของอุลลึงโดก็คือเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ ถ้ำ น้ำตก หน้าผาสูงชันที่มีหินมีรูปร่างประหลาดอยู่มากมาย ต้นไม้โบราณนานาพรรณ ชวนให้นักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนที่นี่ต่างหลงใหลในมนต์เสน่ห์ และอยากกลับมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า


เกาะคอเจ (Geojedo) 






คอเจเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีรองจากเกาะเจจู ทั้งยังเป็นอีกเกาะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวค่อนข้างได้รับความนิยม ด้วยเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลฮัลลยอซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลีที่รวมเกาะเล็กเกาะน้อยแห่งทะเลใต้อีกกว่า 400 เกาะ นอกจากนั้นคอเจยังถูกกล่าวขานด้วยความงามโดดเด่นของเนินเขาเขียวชอุ่มริมทะเลอย่าง  Hill of the Wind และไข่มุกดำแห่งชายหาดฮักดง มงดล ซึ่งเป็นหาดที่ประกอบไปด้วยก้อนกรวดสีดำโดยรอบ และก่อให้เกิดเสียงเหมือนโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งเมื่อคลื่นสาดเข้าหาชายหาด

เกาะอุโด้ (Udo)



อุโด้เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะเจจู ซึ่งคำว่าอุโด้นี้ในภาษาเกาหลีจะหมายถึงเกาะวัว ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งมาจากลักษณะทางกายภาพของเกาะแห่งนี้ที่ดูคล้ายกับวัวกำลังนอนหมอบอยู่นั่นเอง โดยเกาะอุโด้ถือเป็นเกาะอีกแห่งของเกาหลีใต้ที่มีความสวยงามของธรรมชาติอันโดดเด่น และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์ทะเลมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลาทะเล หอยเป๋าฮื้อ ฯลฯ ทั้งนี้สถานที่ท่องเที่ยวของเกาะซึ่งมีชื่อเสียงก็ได้แก่หาดปะการังซอบินแบคซา ชายหาดปะการังสีขาวละมุนตัดกับน้ำทะเลสีมรกตหนึ่งเดียวของเกาหลี จุดชมวิวยอดเขาอุโด้บง และพิพิธภัณฑ์ประภาคาร เป็นต้น 

เกาะจินโด (Jindo) 



เกาะจินโดเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในเกาหลีใต้ อันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่งอย่าง Moses Miracle ซึ่งคล้ายๆ กับทะเลแหวกของบ้านเรา แต่ที่เกาหลีปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพียงปีละครั้งเท่านั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือเดือนมีนาคม ในช่วงเวลาที่ระดับน้ำทะเลลดลงจนปรากฏเป็นทางเดินกลางทะเลที่มีความกว้าง 35 เมตร และมีความยาวถึง 2.8 กิโลเมตร เป็นทางเชื่อมระหว่างเกาะจินโดและเกาะโมโดที่อยู่ใกล้เคียงเป็นเวลานานถึง 1 ชั่วโมงเต็ม และทุกๆ ครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ Moses Miracle ภายในเกาะแห่งนี้จะมีการจัดงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วย

เกาะมาราโด (Marado) 



เกาะมาราโดมีรูปร่างคล้ายกับมันเทศ ตั้งอยู่นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นจุดใต้สุดของประเทศ โดยอยู่ห่างจากเกาะเจจูลงไปทางใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาเกาะมาราโดมักจะถูกหมางเมินจากนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ อันเนื่องมาจากชายหาดของที่นี่ไม่ได้สวยงามดังเช่นเกาะอื่นๆ แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันที่นี่กลับกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกแห่งของเกาหลีไปแล้ว ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามแปลกตาของเกาะ อย่างหาดหินที่เต็มไปด้วยหินรูปร่างแปลกตามากมาย อันเนื่องมาจากถูกลมและน้ำทะเลกัดกร่อนมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้เกาะมาราโดยังเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของเกาหลีใต้อีกด้วย   

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สุดยอด 6 อุทยานแห่งเกาหลีที่ควรไปเยือนสักครั้ง

คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย ถ้าหากคุณได้มีโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวไกลถึงประเทศเกาหลีใต้ แต่ไม่มีโอกาสที่จะไปเยือน 6 เทือกเขาที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเกาหลีใต้เลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้เกาหลีใต้มีจุดเด่นคือภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นแนวเทือกเขาถึง 70% เลยทีเดียว และนั่นก็ทำให้ประเทศแห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบนภูเขาสูง นอกจากนั้นคนเกาหลีส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นคนเฒ่าคนแก่หรือลูกเล็กเด็กแดงยังนิยมการปีนเขาในวันหยุดช่วงเสาร์อาทิตย์อีกด้วย ซึ่งภูเขาทั้ง 6 ลูกที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากนี้ ถือว่าเป็นภูเขาที่สวยและมีชื่อเสียงมากที่สุดในเกาหลีใต้เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผืนป่าจะพากันเปลี่ยนสีสันไปทั่วทั้งหุบเขา

อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน 



 อุทยานแห่งชาติโซรัคซานมียอดเขาที่สูงที่สุด โดยมีความสูงอยู่เหนือระดับน้ำทะเลที่ 1,708 เมตร และมีเนื้อที่กว้างขวางถึง 354 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยยอดเขาโอซอรัก ยอดเขาเนซอรัก และยอดเขานัมซอรัก อีกทั้งที่นี่ยังมีจุดเด่นด้วยทัศนียภาพที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละฤดูกาล จนทำให้โซรัคซานได้ชื่อว่าเป็นแนวเทือกเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเกาหลีจนได้รับสมญานามว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเกาหลี โดยในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวจากชาติต่างๆ เดินทางมายังอุทยานแห่งนี้ด้วยกระเช้าไฟฟ้าวันละหลายร้อยคน ทำให้ไม่ว่าจะฤดูไหนโซรัคซานก็ไม่เคยมีคำว่าเหงาเลยสักครั้ง                                                                                                                                                                                 

อุทยานแห่งชาติพูกันซาน



 อุทยานแห่งชาติพูกันซานเป็นอีกหนึ่งภูเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลีใต้ซึ่งทอดตัวยาวไปทางตอนเหนือของกรุงโซล โดยพูกันซานนั้นมีลักษณะเป็นภูเขาหินแกรนิตลูกใหญ่ที่มีความกว้างถึง 78.45 กิโลเมตร และมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,567 เมตร อีกทั้งอุทยานแห่งชาติพูกันซานยังเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักปีนเขาและนักดูนกอีกด้วย แม้ว่าเส้นทางการปีนเขาของที่นี่จะค่อนข้างมีความยากอันเนื่องมาจากหินแกรนิตที่ลื่นกว่าปกติก็ตาม และเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางไปถึงบริเวณยอดของพูกันซานแล้ว นอกจากนกสายพันธุ์ต่างๆ หลากหลายชนิดแล้ว ก็ยังจะได้พบกับสถานที่ที่ระลึกทางวัฒนธรรมของเกาหลี อย่างเช่นป้อมปราการพูกันซอง วัดเก่าแก่ที่อายุกว่าร้อยปี และอาศรมนักพรตอีกด้วย      


อุทยานแห่งชาติจีรีซาน



 อุทยานแห่งชาติจีรีซานเป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่ โดยมีอาณาเขตทั้งหมด 484 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อถึง 3 จังหวัด ได้แก่ หวัดชอลลานัม จังหวัดชอลลาบุก และจังหวัดคยองซานัม ซึ่งจีรีซานนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของเกาหลีใต้ในการชมธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงาม รวมทั้งยังได้รับการยอมรับว่าเป็น 1 ใน 3 ของภูเขาศักดิ์สิทธิ์บนคาบสมุทรเกาหลีอีกด้วย นอกจากนั้นอุทยานแห่งชาติจีรีซานยังเป็นเส้นทางการเดินป่าที่ดีที่สุดของเกาหลีใต้ ด้วยมีพันธุ์ไม้หายากที่มากกว่า 4,000 ชนิด และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ไม่เพียงเท่านั้น ในบริเวณรอบๆ ภูเขายังเป็นที่ตั้งของวัดสำคัญๆ ถึง 7 แห่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้มาเที่ยว ณ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้                


อุทยานแห่งชาติแนจังซาน


 อุทยานแห่งชาติแนจังซานเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชอนลาบุก-โดและจังหวัดชอลลานัม-โด อุทยานแห่งนี้ประกอบไปด้วยแนวเขาแนจังซานที่มีความสูง 763 เมตร และแนวเขาแบกัมซานอันมีความสูง 741 เมตร ทั้งนี้แนจังซานยังเป็นภูเขาที่ขึ้นชื่อในเรื่องใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วงไม่แพ้โซรัคซานอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ถือเป็นช่วงไฮไลท์ของที่นี่ ซึ่งนอกจากฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ในช่วงฤดูกาลอื่นๆ นักท่องเที่ยวก็สามารถมาเยือนแนจังซานได้เช่นเดียวกัน เพราะอุทยานแห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ มากกว่า 760 ชนิด รวมไปถึงน้ำตก และวัดเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงเกือบๆ 10 แห่ง                                                                                                                                                                                                                                                                                     

อุทยานแห่งชาติซงนิซาน



 อุทยานแห่งชาติซงนิซานตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองแทจอน และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในแถบภาคกลางของคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากภูเขาที่มีความสูงถึง 1,58 เมตรแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของกิจกรรมการเดินป่า อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของวัดเก่าแก่อย่างวัดพ๊อพจูซาซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 ก่อนจะถูกเผาทำลายโดยชาวญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1592 และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ในอีก 32 ปีต่อมา โดยภายในวัดนั้นประกอบด้วยเจดีย์สูง 5 ชั้น และพระพุทธรูปทองแดงขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก โดยมีความสูงถึง 33 เมตร นอกจากนั้นเขาซงนิซานยังมีต้นสนที่มีชื่อว่าจองอิบุมซอง ซึ่งได้รับการยกย่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้ให้เป็นที่สักการะบูชาของประชาชนชาวเกาหลีอีกด้วย  


อุทยานแทแบคซาน



อุทยานแทแบคซานตั้งอยู่ภายในเขตจังหวัดคังวอนโด โดยในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ที่นี่จะมีการจัดงานเทศกาลหิมะที่ยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี ซึ่งภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้พบกับกิจกรรมที่หลากหลายท่ามกลางหิมะสีเงินระยิบที่ปกคลุมไปทั่วทั้งเทือกเขา ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการการแกะสลักน้ำแข็งจากศิลปินระดับโลก ขบวนพาเหรด การแสดงมายากล คอนเสิร์ต นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันปั้นตุ๊กตาหิมะ การแข่งขันเลื่อนหิมะ และการวิ่งแข่งมาราธอนหิมะ เป็นต้น 

เป็นอย่างไรกันบ้างกับสุดยอด 6 อุทยานแห่งเกาหลีที่แต่ละแห่งนั้นก็มีชื่อเสียงและมีความงามไม่แพ้กันเลย ซึ่งมัชรูมทราเวลเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 6 แห่งนี้คงจะถูกอกถูกใจทุกท่านไม่มากก็น้อย อีกทั้งยังสามารถเปิดไอเดียใหม่ๆ ของการท่องเที่ยวเกาหลีให้กับใครอีกหลายๆ คนที่รักในธรรมชาติและการปีนเขาได้บ้าง