วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เที่ยวพม่า ตอน 2 (จบ)

หากพูดถึง การเที่ยวพม่า บางคนร้องยี้ ว่า พม่า ไม่เห็นมีอะไรน่าเที่ยวเลย มีแต่ภาพข่าวความขัดแย้งทางการเมืองและภาพของบ้านเมืองที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง  “มัชรูมทราเวล” ขอบอกว่าลองมาดูในรายละเอียดกันสักหน่อยว่า พม่า มีอะไรดีๆ ให้น่าค้นหา เต็มไปด้วยเสน่ห์ รอคอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ



แม้ พม่าเป็นยังคงเป็นประเทศปิด และไม่เปิดรับนำความเจริญทางวัฒนธรรมของทางฝั่งตะวันตก มาสู่ประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ดินแดนแห่งนี้มีให้ คือ ความเป็นเอกลักษณ์ทั้งทางศิลปะ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การดำรงอยู่ หรือ วิถีชีวิตดั้งเดิม ที่หาชมได้ยากในโลกยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานหลายๆ แห่งอันเลื่องชื่อ ร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ การปกครองแผ่นดินของมนุษยชาติในอดีต และความเจริญรุ่งเรืองในยุคสมัย ท่านจะมีโอกาสได้สัมผัสถึงความยิ่งใหญ่ อลังการ น่าประทับใจ นอกเหนือจากความงดงามของตัวโบราณสถานแล้ว ความเก่าแก่ ดังเดิม ของแต่ละสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนเดินทางไปกราบไหว้บูชา ขอพรกัน ล้วนแล้วแต่ถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคลของวิถีชีวิตของชาวพุทธนั่นเอง


“มัชรูมทราเวล” แนะนำ 10 สถานที่ท่องเที่ยวและศาสนสถานสำคัญๆ


1. พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง

ไฮไลท์ของการเดินทางมาพม่าอย่างแรก คือ “มหาเจดีย์ชเวดากอง” พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448เม็ด โดยเฉพาะชื้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กระรัต และทับทิม 2,317 เม็ด มีเรื่องเล่าขานว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างซ่อมแซมพระมหาเจดีย์นี้มีจำนวนมากมายมหาศาลยิ่งกว่าทองคำที่เก็บอยู่ที่ธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก มหาเจดีย์นี้เป็นที่เคราพศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวพุทธ ปัจจุบันรัฐบาลได้บูรณะให้งดงามยิ่งใหญ่สมเป็นมหาเจดีย์องค์สำคัญ



โดยรอบองค์เจดีย์นั้นกว้างขวาง และองค์เจดีย์นั้นก็ยิ่งใหญ่สมชื่อ สมคำเลื่องลือจริงๆ ในยามค่ำคืนนั้น มหาเจดีย์นี้ช่างยิ่งใหญ่และอลังการมาก หากเรามองยอดปลายของเจดีย์จะเห็นเป็นสีเขียว หรือถอยหนึ่งก้าวจะเปลี่ยนเป็นสีแดง และหากถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าวจะเปลี่ยนเป็นแสงสีขาว ซึ่งเป็นเรื่องการสะท้อนและตกกระทบของแสงไฟนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนจะสร้างความขลังให้กับองค์ชเวดากองมากยิ่งขึ้น

ถ้ามากราบเจดีย์ชะเวดากองให้มาตอนค่ำๆ จะเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยที่มานั่งปฏิบัติธรรมรายรอบองค์พระธาตุ ที่น่าประหลาดใจคือ คนที่มานมัสการพระธาตุจะทำบุญด้วยการโยนเงินผ่านลูกกรงเข้าไป และเงินก็กองสูงท่วมขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ เรียกว่าแบงค์พม่าสุมรวมกันเยอะมากเลย ชาวพม่ามักจะเดินทางดั้นด้นมานมัสการกันค่อนข้างมาก เพราะความเคารพและศรัทธาในพุทธศาสนามาก ถือสถานที่บูชาต่างๆ มากๆ สมเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน


2. พระธาตุอินทร์แขวน


ตามรอยเจ้าจันทร์ผมหอม นมัสการ “พระธาตุอินทร์แขวน” มีลักษณะเป็นก้อนหินสี ทองขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ อยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของพม่า บนยอดเขา Paung Laung เหนือระดับน้ำทะเล 3,615 ฟุต

การจะขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนนั้น ขั้นแรกต้องมาเมืองไจ๊ก์ทีโย มาให้ถึงตรงตีนเขา ตรงตีนเขาเค้าเรียกกันว่าคิมปูนแคมส์ รถบัสจะมาได้เท่านี้ แล้วเราต้องต่อรถขึ้น หรือ เช่าเหมาลำ(รถ) ขึ้นไปบนยอดเขา สุดยอดไฮไลท์ของงานนี้ คือ การนมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนั่นเอง คนพม่าแห่ขึ้นไปนมัสการพระธาตุกันมาก เชื่อกันว่าใครมาครบ 3 ครั้งใน 1 ปี ก็จะขอพรได้ทุกๆ อย่างที่ต้องการ



มีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า พระอินทร์ได้เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ เพื่อนำพระธาตุมาวางไว้ที่ยอดผา ให้ผู้คนได้มาเคารพสักการะ เจดีย์นี้ตั้งอยู่ในเมืองไจก์โท่ ที่อยู่ห่างจาก เมืองพะโคไปทางเหนือ70 กม. องค์เจดีย์มีขนาดเล็กเป็นก้อนหินสีทองขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชันอย่างหมิ่นเหม่ เหมือนจะหล่นและท้าทายแรงดึงดูดของโลกโดยไม่ตกลงมาอย่างเหลือเชื่อ ที่นี่ นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า


3. พระเจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา


เจดีย์สูงสุดในประเทศพม่า อยู่ในเมืองหงสาวดี คือ เจดีย์มุเตา หรือ เจดีย์ชเวมอดอร์ เป็นพระมหาธาตุเจดีย์สำคัญ อยู่ในเมืองพะโค (หงสาวดี) และเป็นเจดีย์โบราณที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยมอญเรืองอำนาจ อีกทั้งยังเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกันกับพระเจดีย์ชเวดากองด้วย มีการบูรณะและต่อเติมอีกหลายครั้ง ภายในเจดีย์บรรจุพระเขี้ยวแก้วไว้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าราชาธิราช และต่อมาในสมัยพระเจ้าธรรมเจดีย์ได้โปรดให้มีการหล่อระฆังจารึกไว้ที่ฐานพระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ



ศาลาหลังหนึ่งในบริเวณเจดีย์ชเวดากอง เป็นสีทองเหลืองเข้ม สุกปลั่ง การจะหาชมเจดีย์สวยๆ ในพม่า หาง่ายพอๆ กับหาร้านเซเว่นในเมืองไทยกันเลย นอกจากนี้ มีสิงห์คู่หน้าประตูทางเข้าเจดีย์มุเตา ชาวพม่านิยมสิงห์ตัวใหญ่ๆ วางไว้คู่กันหน้าวัดทุกๆ สิงห์ที่ยืนเฝ้าประตูวัด ล้วนแล้วแต่ตัวใหญ่ยืนเด่นเป็นสง่า และทาทองไว้สวยงามอล้าอร่าม อีกทั้งยังมีเจดีย์องค์เล็กๆ ประกอบอยู่ด้านหน้าของเจดีย์มุเตา ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงสุดของพม่า เชิญนมัสการยอดเจดีย์หัก ว่ากันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก


4. วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี


วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี เป็นวัดที่มีเจดีย์สวยแปลกตากว่าวัดอื่นในเขตเมืองย่างกุ้ง มีเจดีย์ทรงปราสาท 8 เหลี่ยม ปลายยอดเจดีย์ประด้วยทองคำแท้อร่ามตา มีสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานศิลปะยุคพุกามและยุคต่างๆของพม่าไว้ด้วยกัน ทำให้พระเขี้ยวแก้วมีความงดงามตามศิลปะยุคต่างๆ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้ว เมื่อครั้งอัญเชิญจากประเทศจีน เป็นองค์เดียวกับที่อัญเชิญมาที่พุทธมณฑล



ภายใน ตกแต่งอันวิจิตรบรรจงด้วยสีทองเกือบทั้งหลัง ห้องโถงกลางเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานของพระเขี้ยวแก้วองค์จำลอง หรือพระทันตธาตุโดยบรรจุอยู่ในโถ่แก้ว ซึ่งตั้งอยู่บนบุษบกสีทองรายรอบด้วยพระพุทธรูปสีทองต่างๆ แล้วล้อมด้วยราวเหล็กอีกชั้น


5. วัดพระหินขาว หรือ วัดเจ้าจอจี


วัดพระหินขาว หรือ วัดเจ้าจอจี อยู่ใน ย่างกุ้ง อีกแห่ง เป็นประดิษฐาน "พระหินอ่อน" ที่ใหญ่สุดในพม่า หรือชาวพม่าเรียก "หยก" โดยพระพุทธรูปหินอ่อนนี้ สร้างจากหินอ่อนที่มีลักษณะมันวาว สีขาวสะอาด เป็นพระที่สลักด้วยหินอ่อนก้อนเดียวทั้งองค์และมีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่า สูง 11 เมตร กว้าง 7.2 เมตร และมีน้ำหนักถึง 600 ตัน และเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งพระหัตถ์ขวาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสิงคโปร์ และศรีลังกา ยกฝ่าพระหัตถ์หันออกจากองค์ มีหลายความหมาย การไล่ศัตรู พร้อมประทานความเจริญรุ่งเรื่องให้แก่เมือง



พระพุทธรูปหินอ่อนนี้ สร้างและแกะสลักโดยช่างที่ดีสุดในมัณฑะเลย์ อยู่ในห้องกระจกแก้วเพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิไว้ และป้องกันการเสียหายของหินอ่อนจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศ เชิญนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลองที่นำหิน ที่เหลือจากการแกะสลักพระพุทธรูปและตะคุนไดช้างเผือก มีลักษณะถูกต้องตามหลักคชศาสตร์ 9 ประการ ซึ่งถือว่าเป็นช้างมงคลบ้านคู่เมืองประเทศพม่า


6. พระตาหวาน หรือพระพุทธไสยาสน์


พระนอนซึ่งเลื่องชื่อระบือไกลของพม่า คือ พระตาหวาน หรือพระพุทธไสยาสน์ องค์ใหญ่แบบมอญที่งดงามและเป็นที่เคารพสักการะของชาวพม่าเป็นอย่างมาก ในแต่ละวันจะมีผู้คนแวะเวียนไปสักการะกันไม่ได้ขาด



พระองค์นี้จุดเด่นอยู่ทีดวงตา คือ ถ้ามองไปด้านข้างๆ จะเห็นขนตางอนเช้ง ราวกับสาวๆ ยุคซิกตี้ที่นิยมติดขนตางอนๆ มีความยาว 181 ฟุต สูง 50 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าเมงกะติปะพศ1537 สมัยมอญเรืองอำนาจ มีลักษณะงดงาม โดยวางพระบาทเหลื่อมพระบาทต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน

หลังจากที่พระเจ้าอลองพญาทรงปราบมอญราบคาบ เมืองหงสาวดีถูกทิ้งร้าง พระพุทธไสยาสน์ไม่ได้รับการดูแล ต่อมาเมื่อพม่าได้รับเอกราช จึงบูรณปฏิสังขรณ์อย่างจริงจัง ทาสีและปิดทองลงชาดใหม่ ประดับฝ้าเพดานด้วยไม้สักแกะสลักสวยมาก


7. เจดีย์ไจปุ่น




ภาพของพระพุทธรูปที่ เจดีย์ไจ๊ปุ่น มีพระ 4 องค์ นั่งหันหลังชนกัน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ อายุกว่า 500 ปี ซึ่งมีประวัติความเป็นมา สร้างขึ้นโดยพระราชธิดากษัตริย์มอญ 4 องค์ อุทิศตนแด่พุทธศาสนา สาบานตนจะไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศและสร้างพระไว้ 4 ทิศ หากใครข้องแวะกับบุรุษเพศ ขอให้พระที่ตนสร้างพังลงมา และมีตำนานเล่าขานกันว่า พระธิดาองค์สุดท้องกลับได้พบรักกับชายหนุ่ม จึงเกิดอาเพศฟ้าผ่าพระพุทธรูปที่แทนตัวของพระนาง จนต้องมีการสร้างขึ้นมาใหม่ โดยพระพุทธรูปองค์นี้จะมีพระพักตร์จะเศร้ากว่าองค์อื่นๆ หากใครมาที่นี่ให้ตั้งจิตอธิฐานเรื่องการงาน ก็จะได้ผลสำเร็จดั่งคำอธิฐาน


8. ตลาดสก๊อต ย่างกุ้ง




ตลาดสก๊อต หรือ ตลาดโบ่ซกอ่องซาน หรือ ตลาดโบจ๊ก เป็นตลาดใหญ่และน่าเที่ยวที่สุดในกรุงย่างกุ้ง เดิมคือ “สก๊อตมาร์เก็ต” สร้างโดยชาวสก็อต สมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ อยู่ทางตอนเหนือของตลาดอินเดีย กับตลาดจีน ตรงหัวมุมสี่แยกถนนซูเหล่พยา กับถนนโบ่ซกอ่องซาน ติดกับอาคารที่ทำการรถไฟ

ตลาดนี้ ถือเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าจากทั่วประเทศ สินค้ายอดฮิตคือ งานไม้แกะสลัก, ภาพเขียนจากจิตรกรชาวพม่า, อัญมณี และสามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้ในราคาถูก เช่น แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน เสื้อผ้า


9.พระราชวังบุเรงนอง หรือ พระราชวังหงสาวดี




พระราชวังบุเรงนอง หรือ พระราชวังหงสาวดี เคยเป็นพระราชวังของพระเจ้าบุเรงนองยอดินนรธา หรือ ผู้ชนะสิบทิศ เพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่จากซากปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่ก็มองเห็นได้ถึงความกว้างขวางใหญ่โตของพระราชวังแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำหนักที่บรรทม ท้องพระโรงที่ออกว่าราชการ ว่าเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งถูกจับมาเป็นตัวประกันเมื่อยังทรงพระเยาว์

ปัจจุบัน รัฐบาลพม่าเพิ่งขุดค้นพบซากของพระราชวังแห่งนี้และจะเปิดให้ชมเฉพาะคณะของบุคคลสำคัญเท่านั้น


10.โรงช้างเผือก




เชิญเยี่ยมชม โรงช้างเผือก หรือ ปางช้างเผือก ที่เมืองย่างกุ้ง เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า มีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัว ถูกต้องตามคชลักษณะ ของช้างเผือกทุกประการ แต่สำหรับช้างที่เลี้ยงไว้ใน โรงช้างเผือกนี้ มีทั้งหมด 3 เชือก สีขาวเป็นลูกหมู 2 เชือก อีก 1 เชือกดูไกลๆ เหมือนช้างปกติแต่คิดว่าคงมีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ขาวอยู่ แล้วมองไม่เห็น

ตามความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องช้างเผือกของไทยกับพม่านั้น คือ ช้างเผือกถือว่าเป็นช้างมงคล ยิ่งมีมากก็ยิ่งมงคลมาก สมัยก่อนกษัตริย์นิยมไปคล้องช้างเผือกกันในป่า หรือใครมีก็มักเอาไปถวาย




ต้องยอมรับกันว่า การเดินทางมา เที่ยวพม่า นั้น ได้มีโอกาศไปพบกับวิถีชีวิตโบราณ ความสวยงามทางธรรมชาติ ความสงบ วิถีปฏิบัติที่ถูกขนบธรรมเนียม เคร่งขัด และดั้งเดิม ดินแดนแห่งนี้ จึงเป็นอีกทางเลือกของการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสวยงามแห่งหนึ่งเลยทีเดียว คงต้องลองสัมผัสกับมนตร์เสน่ห์พม่าด้วยตัวเอง...

ไม่มีความคิดเห็น :

โพสต์ความคิดเห็น