Menu Blog

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เปิดโลกแห่งความสุขสดใสใต้ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรกับ Costa Cruises

Costa คือเรือสำราญสัญชาติอิตาเลียนที่มีฐานะเป็นผู้ประกอบการล่องเรือที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นเรือสำราญหนึ่งเดียวในโลกที่เน้นการตกแต่งในบรรยากาศและกลิ่นอายคล้ายกับเข้าไปอยู่ในประเทศอิตาลี นอกจากนั้นยังเพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบาย ความบันเทิงชั้นเลิศ และความสุขในสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ ที่เรียกว่า “Cruising Italian Style” โดย Costa เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1948 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงยืนหยัดที่จะพัฒนาการให้บริการอย่างดีที่สุดแก่นักเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคต


ล่าสุด Costa ได้ทำการปรับปรุงเรือสำราญภายในเครือครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาคลับต่างๆ ภายในเรือ เพิ่มโปรแกรมสำหรับเด็กให้หลากหลาย ปรับปรุงรสชาติของอาหารให้มีความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนมากขึ้น รวมถึงเพิ่มกฎของการจำกัดพื้นที่ในการสูบบุหรี่ที่เคร่งครัดเพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่นซึ่งเคยเป็นจุดเสียของเรือมาก่อน โดยเส้นทางสายหลักของเรือสำราญ Costa นั้นจะล่องเรือภายในทวีปยุโรปเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้แก่ประเทศอิตาลี เยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และสหราชอาณาจักร เป็นต้น นั่นจึงทำให้ลูกค้าของ Costa ประมาณ 60-80% เป็นชาวยุโรป อีกส่วนคือนักท่องเที่ยวจากเชื้อชาติต่างๆ ที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวและค้นหายุโรปในมุมมองอันแตกต่างจากที่เคยรู้จักมาก่อน

สำหรับเรือสำราญในเครือ Costa นั้นมีทั้งหมด 15 ลำ โดยตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา Costa ได้วางเป้าหมายที่จะสร้างเรือสำราญลำใหม่ที่เน้นการตกแต่งอย่างมีสไตล์ รวมถึงขยายพื้นที่ของเรือให้กว้างขวางกว่าเดิม ต่อมาในปี 2000 Costa Atlantica ก็ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นที่เมืองเวนิซด้วยขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่บริษัทเคยสร้างมา จากนั้นในปี 2003 จึงได้เปิดตัว Costa Mediterranea ขึ้นมาอีกลำ รวมทั้ง Costa Magica ที่เปิดตัวในปี 2004, Costa Serena กับ Costa Luminosa และ Costa Pacifica เปิดตัวปี 2009, Costa Deliziosa เปิดตัวปี 2010, Costa Favolosa เปิดตัวปี 2011, Costa Fascinosa เปิดตัวปี 2012 และน้องใหม่ลำล่าสุด Costa Diadema ที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2014 นี้ด้วยขนาดที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาเรือทั้งหมดของ Costa โดยเน้นการตกแต่งที่หรูหราทันสมัย ทั้งยังสามารถบรรจุผู้โดยสารได้มากถึง 3,700 คน เป็นต้น

5 เหตุผลของการเลือกเดินทางกับเรือสำราญ Costa

ปัจจุบันธุรกิจการล่องเรือท่องเที่ยวดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก ซึ่งนั่นก็ทำให้เรือสำราญหลากแบรนด์หลายเชื้อชาติกำเนิดเกิดขึ้นมาแข่งขันกันอย่างคึกคัก โดยเรือแต่ละลำต่างก็ชูจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่างกันไป ซึ่งก็ช่วยใ ห้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสรรการเดินทางที่ตรงใจและตรงกับความต้องการของตัวเองได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย Costa เองก็ได้โชว์วิสัยทัศน์ของตัวเองโดยเน้นนโยบายในด้านต่างๆ เช่นกัน


ความสุขดั่งใจต้องการ

Costa ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญกับเวลาอันมีค่าของนักเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้นสิ่งที่นักเดินทางทุกคนควรจะได้รับก็คือการบริการในระดับ 5 ดาว อันถือเป็นหัวใจสำคัญของเรือสำราญแบรนด์นี้เป็นอันดับแรกๆ เสมือนเป็นโบนัสสำหรับจุดเริ่มต้นของการเดินทางของนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาใช้บริการ

ค้นพบโลกใหม่ที่แตกต่าง 

หากการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ อาจทำให้หลายๆ คนเบื่อหน่ายจนไม่อยากจะออกไปไหนนอกจากนอนพักผ่อนอยู่กับบ้าน Costa ได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ในหนึ่งครั้งของการเดินทาง ด้วยหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในแบบพาโนโนรามาที่ท่านอาจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

ผ่อนคลายความเมื่อยล้า

การเดินทางไปกับเรือสำราญในเครือ Costa สามารถทำให้นักเดินทางละทิ้งเหตุของความเครียดต่างๆ รวมถึงปัญหาในชีวิตอันแสนหนักอึ้งได้ด้วยหลากหลายกิจกรรมที่ให้ความสุข สนุก และผ่อนคลาย ผ่านการเดินทางไปบนมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาลและเงียบสงบ ซึ่งห่างไกลจากสังคมอันเคร่งเครียดในแบบเดิมๆ ที่ท่านต้องประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ราคา

ทุกครั้งที่ต้องควักกระเป๋าใช้จ่าย แน่นอนว่าสิ่งที่ทุกคนต้องการนั่นก็คือสิ่งที่ดีที่สุดและคุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไปมากที่สุด ซึ่ง Costa เองเข้าใจถึงความคาดหวังของนักเดินทางทุกท่าน ดังนั้นสิ่งที่นักเดินทางควรต้องได้รับกลับไปก็คือสิ่งที่เกินความคาดหวังในทุกแง่มุม

อีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทาง 

จุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับนักเดินทางทุกคนคืออีกสิ่งหนึ่งที่ Costa ให้ความสำคัญเช่นกัน เพื่อให้เรือสำราญทุกลำของ Costa คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดของการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งสิ่งที่นักเดินทางควรได้รับก็คือ เพลิดเพลินไปกับการล่องเรือและตื่นตาตื่นใจไปกับทุกจุดหมายปลายที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด

ค้นพบความตื่นเต้ในทุกจุดหมายปลายทางอันสวยงามบน Costa Fascinosa


Costa Fascinosa ได้ชื่อว่าเป็นเรือสำราญที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างแท้จริง ด้วยการออกแบบตกแต่งอย่างสร้างสรรค์โดยสถาปนิกผู้มีชื่อเสียง 2 ท่านคือ Luchino Visconti และ David Lync ซึ่ง Costa Fascinosa เป็นเรือสำราญลำใหญ่ที่มีน้ำหนักมากถึง 114,500 ตัน สามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 3,000 คน โดยมีจุดหมายปลายทางของการเดินทางล่องเรือในยุโรปและรอบๆ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เส้นทางอเมริกาใต้และทวีปแอนตาร์กติกา และการล่องเรือข้ามหาสมุทรแอตแลนติก ภายใต้ความสะดวกสบายบนเรือที่มีให้อย่างครบครัน ทั้งร้านอาหาร สปา สระว่ายน้ำ จอภาพยนตร์ ผับ บาร์ กาสิโน เวทีการแสดง สนามกีฬาอเนกประสงค์ ฯลฯ โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้

 Restaurants & Bars

ในหมวดหมู่นี้ประกอบไปด้วย 5 ร้านอาหาร รวมทั้งร้านอาหารภายในคลับ Samsara Spa ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากไม่ได้สำรองห้องพักที่ได้รวมอาหารภายในคลับเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ก็ยังประกอบไปด้วยผับ และบาร์อีก 13 แห่ง ซึ่งรวมทั้งคอนยัคและซิการ์บาร์ กับช็อกโกแลตบาร์ที่เด็กๆ ต่างชื่นชอบ



Wellness & Sport

ในส่วนนี้จะประกอบไปด้วยสปา Samsara ที่มีพื้นที่กว้างขวางถึง 6,000 ตารางเมตร โดยภายในแบ่งออกเป็นสองระดับ ซึ่งประกอบไปด้วยโรงยิม ห้องอาบน้ำ สระว่ายน้ำ  ห้องบำบัด ซาวน่า ห้องอาบน้ำแบบตุรกี ลานอาบแดด นอกจากนั้นในส่วนพื้นที่อื่นๆ ภายในเรือยังมีทั้งสระว่ายน้ำจากุชชี่ถึง 5 สระ และสระว่ายน้ำใหญ่ถึง 4 สนามกีฬาอเนกประสงค์ และลู่วิ่งกลางแจ้ง


Entertainment & Shopping

นักเดินทางสามารถพักผ่อนและสนุกสนานไปกับกิจกรรมภายในหมวดนี้ ทั้งโรงภาพยนตร์ 4D โรงละครที่แบ่งออกเป็นสามระดับ กาสิโน ดิสโก้ สระว่ายน้ำบนดาดฟ้าเรือที่มีจอภาพยนตร์ขนาดยักษ์และหลังคากระจกบานเลื่อน สนามรถแข่งแกรนด์กรังปรีซ์จำลอง สไลเดอร์ จุดให้บริการอินเทอร์เน็ตระบบไวไฟ ห้องสมุด ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ และสระว่ายน้ำเด็ก


การพักผ่อนที่เลือกได้ตามใจกับห้องพักมาตรฐานในระดับ 5 ดาว

Costa Fascinosa ประกอบไปด้วยห้องพักที่มากถึง 1,508 ห้อง ซึ่งมีทั้งหมด 5 แบบ ในระดับราคาที่แตกต่างกันตามแต่ขนาดของห้อง การตกแต่ง และบริการเสริม อย่างไรก็ดี มัชรูมทราเวลจะขออนุญาตแนะนำห้องพักเพียง 3 ระดับเท่านั้น นั่นก็คือห้องพักในแบบ Inside Cabins, Outside Cabins with Ocean Viewe และ Cabins with Private Ocean View Balcony โดยทุกห้องพักแม้จะแตกต่างกัน แต่ก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เหมือนกันทุกห้อง ซึ่งได้แก่ เครื่องปรับอากาศที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ โทรทัศน์จอแบนระบบโต้ตอบ เครื่องเป่าผม ตู้เซฟ ผ้าขนหนูที่เปลี่ยนให้ทุกวัน อุปกรณ์ของใช้ภายในห้องน้ำ มินิบาร์ และส่วนที่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอย่างรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง และอินเทอร์เน็ตไร้สายภายในห้องพัก 


Inside Cabins: ห้องพักในระดับ Inside Cabins ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 569 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งห้องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเซฟค่าใช้จ่าย และต้องการสนุกสนานกับกิจกรรมอื่นๆ บนเรือมากกว่าการอยู่เพียงในห้องพักเท่านั้น แต่ในเรื่องของความสะดวกสบาย ห้องพักในระดับ Inside Cabins ก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครันเหมือนกับห้องพักประเภทอื่นๆ เช่นกัน 

Outside cabins with ocean view: ราคาเริ่มต้นสำหรับห้องพักในระดับนี้จะอยู่ที่ 769 เหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจุดเด่นของ Outside cabins with ocean view คือหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองออกไปเห็นวิวทะเลที่สวยงามได้ทั้งในเวลากลางวัน และใต้แสงเงาของดวงจันทร์ 

Cabins with Private Ocean view balcony:  ราคาเริ่มต้นนั้นอยู่ที่ 1,019 เหรียญสหรัฐฯ โดยห้องในระดับนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบความหรูหรา ด้วยระเบียงส่วนตัวที่ให้มุมมองของวิวทะเลในแบบพาโนรามาไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาใดๆ ก็ตาม นอกจากนั้นภายในห้องยังประกอบไปด้วยมุมพักผ่อนที่มีพร้อมทั้งโต๊ะและโซฟาสำหรับการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบอีกด้วย 

สำหรับผู้ที่สนใจการเดินทางท่องเที่ยวยุโรปในมุมมองที่แตกต่างบนเรือสำราญที่โดดเด่นด้วยความหรูหราทันสมัยในแบบอิตาเลียนแท้ๆ ด้วยการตกแต่งในธีม Cruising Italian Style พร้อมแวะท่องเที่ยวหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของโลก และผ่อนคลายความเมื่อยล้าที่ Samsara Spa ที่ได้ชื่อว่าเป็นสปาที่ดี่ที่สุดในท้องทะเล Costa Fascinosa คือหนึ่งในเรือสำราญในเครือ Costa ที่ได้รับการการันตีถึงความน่าเชื่อถือด้วยการดำเนินกิจการมาอย่างยาวนานกว่า 66 ปี ท่านสามารถสอบถามรายละเอียดของเส้นทางการเดินทางเพิ่มเติม รวมถึงห้องพักในทุกระดับได้ที่ มัชรูมทราเวล หมายเลขโทรศัพท์ 0-2105-6234 วันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ชางงีบีช มรดกความงามจากสงครามโลกครั้งที่ 2

หากนึกถึงประเทศสิงคโปร์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็มักจะคิดถึงเมอร์ไลอ้อนอันเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศแห่งนี้ และรวมไปถึง Marina Bay Sands, Gardens by the Bay, Singapore Flyer, Universal Studios, Sentosa Island หรือแหล่งช้อปปิ้งยอดนิยมอย่างถนนออร์ชาร์ด ไชน่าทาวน์ และลิตเติ้ลอินเดีย เป็นต้น แต่จริงๆ แล้วสิงคโปร์ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดในเอเชียแปซิฟิก และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ นอกจากความสวยงามที่สัมผัสได้ด้วยตาแล้ว ที่นี่ยังซ่อนเร้นประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวที่สุดของภูมิภาคนี้อีกด้วย


ชางงีบีชปาร์คคือหนึ่งในสวนสาธารณะริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดในสิงคโปร์ นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อมาปิกนิกและสนุกกับกิจกรรมต่างๆ อย่างการตกปลา ว่ายน้ำ ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เป็นต้น เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบหากเทียบกับแหล่งอื่นๆ ของสิงคโปร์ ทั้งที่หากย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่นี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่น่ากลัวที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งชาวจีนจำนวนมากถูกกองทัพญี่ปุ่นสังหารอย่างโหดเหี้ยม ณ บริเวณนี้ และทำให้ชายหาดชางงีกลายเป็นอีกหนึ่งแหล่งสยองขวัญของเอเชียที่มีเรื่องราวกล่าวขานเกี่ยวกับวิญญาณของเชลยสงครามที่ยังสิงสู่อยู่ที่นี่มาจนถึงปัจจุบัน
 
โดยเหตุการณ์อันเป็นที่มาของเหตุสยองขวัญในบริเวณชางงีบีชนี้เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อกองทัพเรือแห่งญี่ปุ่นได้ยกพลบุกสิงคโปร์ซึ่งมีฐานะเป็นฐานทัพของทหารฝ่ายพันธมิตรแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงต้นปี ค.ศ. 1942 จนก่อให้เกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงในช่วงวันที่ 8-15 กุมภาพันธ์ของปีเดียวกัน ก่อนที่สิงคโปร์จะตกอยู่ในเงื้อมมือของกองทัพญี่ปุ่นในที่สุด และชางงีบีชก็ได้กลายมาเป็นค่ายกักกันเชลยเป็นพันๆ คนที่มีทั้งทหารและพลเรือนของอังกฤษ จีน และออสเตรเลีย ซึ่งพวกเขาทั้งถูกใช้งาน ทำร้ายร่างกาย และถูกฆ่าอย่างทรมาน 


วันนี้แม้มุมหนึ่งของชางงีบีชจะขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ถูกกล่าวขานว่ามีผีสิงมากที่สุดในเอเชีย ซึ่งเล่าลือกันมาแบบปากต่อปากทั้งจากคนภายในพื้นที่เองและนักท่องเที่ยว ที่เล่าว่าพวกเขาเคยได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดซึ่งหาที่มาของต้นเสียงไม่ได้ หรือบางครั้งก็เห็นคราบเลือดบนพื้นทราย และแม้แต่เสียงล่ำลือถึงวิญญาณไร้หัวที่เดินวนเวียนไปมาบนชายหาด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชางงีบีชร้างนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ด้วยความสวยงามและเงียบสงบของธรรมชาติที่นี่ที่สามารถเอาชนะความดำมืดของประวัติศาสตร์ไปได้แบบสบายๆ อีกทั้งนักท่องเที่ยวหลายๆ คนยังมุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อต้องการพิสูจน์ความน่ากลัวด้วยสายตาของตัวเอง และทั้งหมดนี้ก็คือความสวยปนสยองของชางงีบีชที่มัชรูมทราเวลนำมาฝากทุกท่านในวันนี้


วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

8 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับมาเก๊าก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 จนถึงปัจจุบัน มาเก๊าซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็นลาสเวกัสแห่งโลกตะวันออกแห่งนี้ เพียงแค่ย่างเข้าปีที่ 7 แต่มาเก๊าก็ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของโลกที่รายได้ส่วนใหญ่ของเมืองนั้นมาจากบ่อนกาสิโน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเก๊าก็เพราะต้องการมาเสี่ยงโชคเป็นส่วนใหญ่นั่นเอง แม้ว่านอกจากบ่อนกาสิโนมาเก๊าจะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ และน่าสนใจอีกมากมายก็ตาม ทั้งคฤหาสน์อาคารสิ่งก่อสร้างศิลปะเดคโค และชายหาดสีดำที่มีไม่กี่แห่งในโลก เป็นต้น เพราะฉะนั้นวันนี้มัชรูมทราเวลจึงจะขอแนะนำอีกมุมหนึ่งของมาเก๊าที่มากกว่าการเป็นเมืองแห่งกาสิโน เพื่อให้ท่านได้รู้จักกับมาเก๊าที่มากยิ่งกว่าการเป็นมหานครแห่งกาสิโน



1. อาณานิคมของชาติยุโรปแห่งแรกและแห่งสุดท้ายในประเทศจีนคือมาเก๊า



แม้ว่าหลายๆ พื้นที่ของจีนจะเคยตกเป็นอาณานิคมของชาติต่างๆ ในทวีปยุโรป แต่มาเก๊าคือเมืองแรกๆ ที่ถูกครอบครองโดยชาติโปรตุเกสที่พากันมาตั้งรกรากอยู่ในมาเก๊านับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา ก่อนจะถูกส่งคืนยังจีนเมื่อปี ค.ศ. 1999 นี่เอง ทั้งที่โลกผ่านยุคแห่งการล่าอาณานิคมมานานหลายทศวรรษแล้วก็ตาม ทำให้ปัจจุบันนี้มาเก๊ากลายเป็นเขตปกครองพิเศษร่วมกับฮ่องกง ภายใต้การปกครองในลักษณะหนึ่งประเทศสองระบบอันเป็นแนวคิดซึ่งมาจากอดีตผู้นำจีนอย่างเติ้งเสี่ยวผิง นอกจากนี้ถึงแม้ว่าวันนี้มาเก๊าจะไม่เป็นอาณานิคมของโปรตุเกสแล้วแต่ภาษาราชการและภาษาที่ยังคงมีอิทธิพลต่อชาวมาเก๊าก็ยังคงเป็นภาษาโปรตุกีสอยู่นั่นเอง รวมทั้งสิ่งก่อสร้างต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก  

2. มาเก๊าคือหนึ่งในมรดกที่สำคัญของโลก



หากมองอย่างผิวเผิน มาเก๊าถือเป็นเป็นเมืองที่ทันสมัย ซึ่งเต็มไปด้วยอาคารสิ่งก่อสร้างอันเป็นสถานประกอบการบ่อนกาสิโนขนาดใหญ่ในหลายๆ พื้นที่ อย่างไรก็ดี ในปี ค.ศ. 2005 องค์การยูเนสโกก็ได้รับรองให้ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของมาเก๊ากลายเป็นมรดกโลกในที่สุด ด้วยพื้นที่แห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยอนุสรณ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งถือว่าเป็นผลงานศิลปะชิ้นยอดที่ผสมผสานระหว่างอารยธรรมจีนและยุโรปได้อย่างลงตัวและสวยงาม ดังเช่นจัตุรัสเซนาโด ซากปรักหักพังของโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ และกำแพงเมืองเก่าอันทรงคุณค่า เป็นต้น 

3. แม้ไม่ใช่เมืองใหญ่ แต่มาเก๊าคือเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก 



มาเก๊าเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากรสูงที่สุดในโลก นั่นคือ 20,497 คนต่อตารางกิโลเมตร โดยสาเหตุหลักๆ ก็เนื่องมาจากมาเก๊านั้นมีแหล่งกาสิโนแห่งใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งสามารถดึงดูดนักเสี่ยงโชคจากทั่วโลกได้ปีละประมาณ 30 ล้านคนเป็นอย่างน้อย นั่นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมที่นี่ถึงต้องมีโครงการบุกเบิกที่ดินระหว่างสองเกาะทางใต้ของจีนซึ่งก็คือมาเก๊าและฮ่องกงไปเรื่อยๆ เพื่อใช้รองรับสำหรับการทำให้มาเก๊ากลายเป็นแหล่งการพนันแบบถูกกฎหมายเพื่อแข่งขันกับมหานครลาสเวกัสของอเมริกานั่นเอง 

4. อาหารมาเก๊าคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างอาหารจีนและโปรตุเกส 



อาหารการกินในมาเก๊านั้นมีให้เลือกรับประทานกันอย่างมากมาย โดยแต่ละเมนูก็เรียกได้ว่าเป็นการรวมสิ่งที่ดีที่สุดของส่วนผสมระหว่างอาหารจีนและอาหารโปรตุเกส รวมทั้งวิธีการปรุงอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากการที่มาเก๊าเคยเป็นอดีตอาณานิคมของประเทศโปรตุเกสด้วย ซึ่งอาหารแต่ละเมนูส่วนใหญ่จะเป็นอาหารประเภทอาหารทะเลอย่างปลาคอด ปลาซาร์ดีน ปู ฯลฯ นำมาปรุงรสด้วยเครื่องเทศที่หลากหลายอย่างขมิ้น อบเชย พริก และมะพร้าว เป็นต้น โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีการอบหรือคั่วเป็นเวลานานๆ ทั้งนี้สำหรับเมนูอาหารประจำชาติของมาเก๊าที่นักท่องเที่ยวควรมาลองสักครั้งก็ได้แก่เมนู Minchi ที่ทำจากเนื้อสับหรือหมูสับ นำมาปรุงรวมกับมันฝรั่ง หัวหอม ซอสถั่วเหลืองหรือไข่ไก่ตามชอบ 

5. ประชากร 1 ใน 5 ของมาเก๊ามีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกาสิโน 



เนื่องจากมาเก๊าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกาสิโนเป็นส่วนใหญ่ซึ่งกาสิโนแต่ละแห่งนั้นก็จำเป็นต้องใช้พนักงานเป็นจำนวนมาก ดังนั้น 20% ของประชากรในมาเก๊าจึงประกอบอาชีพภายในกาสิโนที่มีรายได้ดี แต่การรับพนักงานเข้าทำงานในกาสิโนนั้นจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติของครอบครัวเสียก่อนเพื่อให้ได้พนักงานที่มีความซื่อสัตย์จริงๆ อีกทั้งผู้ที่เข้ามาเสี่ยงโชคภายในกาสิโนส่วนใหญ่จะเดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง 

6. บาคาร่า (Baccarat) คือเกมยอดฮิตตลอดกาลของทุกกาสิโนมาเก๊า



ปัจจุบันมาเก๊านั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของการพนันโลก ซึ่งส่วนใหญ่กาสิโนทุกแห่งของที่นี่จะมีเกมยอดนิยมที่นักเสี่ยงโชคนิยมเล่นมากที่สุดก็คือการเล่นไพ่ชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างเล่นง่ายและมีความเสี่ยงต่ำก็คือเกมบาคาร่า (Baccarat) รวมทั้งเกมสล็อตอันเป็นที่นิยมในอันดับต่อมา ซึ่งรายได้ของมาเก๊าที่มาจากบ่อนกาสิโนต่อปีนั้นนับว่าเป็นตัวเลขที่มหาศาล โดยมียอดรวมถึง  33,000,000,000 เหรียญสหรัฐฯ ที่ถือว่ามากกว่ารายได้ของลาสเวกัสถึง 5 เท่า

7. โคโลอานคือสถานที่หนึ่งเดียวของมาเก๊าที่ยังคงเงียบสงบ




หมู่บ้านโคโลอานคือหมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะมาเก๊า ซึ่งปัจจุบันที่นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นเพียงสถานที่แห่งเดียวของมาเก๊าที่ยังคงเงียบสงบและงดงาม และยังไม่ถูกอิทธิพลของแหล่งกาสิโนเข้ามาครอบงำ อันเนื่องมาจากกฎระเบียบที่ค่อนข้างเข้มงวดของการออกโฉนดที่ดินในแถบนี้ที่ยุ่งยากกว่าพื้นที่อื่นๆ ของมาเก๊า ดังนั้นหากนักท่องเที่ยวท่านใดต้องการความสงบแบบชิลล์ๆ ด้วยภาพของหมู่บ้านที่น่ารักและถนนอันมีต้นไม้เรียงรายตลอดสองฟากฝั่ง รวมทั้งหากอยากชิมทาร์ตไข่แบบต้นตำรับแท้ๆ ที่ไม่หวานเกินไป และขนมขึ้นชื่อชนิดอื่นๆ ของโคโลอานไม่ควรพลาดที่นี่เป็นอันขาด

8. พิสูจน์ชายหาดสีดำของมาเก๊า 



มีเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่จะมีหาดทรายสีดำ ซึ่งหาด Hac Sa Beach ที่มีความหมายว่าอ่าวทรายสีดำก็เป็นหนึ่งในนั้นที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดหากมีโอกาสได้เดินทางมาที่นี่ ทั้งนี้ Hac Sa Beach เป็นชายหาดธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดด้วยความยาวหลายกิโลเมตรและมีชื่อเสียงที่สุดในมาเก๊า โดยมันตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของโคโลอาน ซึ่งทรายสีดำของชายหาดที่นี่มีสีที่เป็นเอกลักษณ์จากแร่ธาตุที่อยู่ใต้ก้นทะเลที่พัดมาเกยฝั่งจนก่อเกิดเป็นชายหาดที่มีทรายสีดำนั่นเอง

แม้ว่ามาเก๊าจะกลับคืนสู่ประเทศจีนมาตั้งแต่ พ.ศ. 2542 แต่เมืองแห่งนี้ ณ ปัจจุบันก็ยังเต็มไปด้วยร่องรอยของอิทธิพลประเทศโปรตุเกสที่มาเก๊าเคยเป็นอาณานิคมมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ผสมผสมระหว่างศิลปะจีนและโปรตุเกสได้อย่างกลมกลืนและสวยงาม รวมถึงอาหารเมนูต่างๆ ที่น่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง บวกกับการเป็นศูนย์รวมของบ่อนกาสิโนที่มีมากกว่า 33 แห่งทั่วเมือง จึงไม่แปลกที่วันนี้มาเก๊าจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่ทั้งนักเสี่ยงโชคและนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปเยือน

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Celebrity X Cruises เซเลบริตี้แห่งท้องทะเลทวีปยุโรปและอเมริกา

หากพูดถึงการพักผ่อนบนเรือสำราญ แน่นอนว่านักท่องเที่ยวหลายๆ ท่านอาจมีความกังวลใจที่จะใช้บริการ เนื่องจากการเดินทางท่องเที่ยวแบบนี้หากเป็นเมื่อก่อน ก็คงจะจำเพาะแค่เศรษฐีที่มีเงินเหลือกินเหลือใช้เท่านั้น เนื่องจากค่าใช้จ่ายในแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เงินน้อยๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อตลาดการท่องเที่ยวบนเรือสำราญเริ่มขยายตัวมากขึ้น ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางการตลาด และทำให้ราคาทัวร์ราคาถูกกว่าเมื่อก่อนเป็นเท่าตัว นอกจากนี้ข้อดีอีกอย่างของการท่องเที่ยวบนเรือสำราญก็คือ การเดินทางที่แฝงความสะดวกสบายคล้ายพักอาศัยบนโรงแรมหรูนั่นเอง


เมื่อครั้งที่ผ่านมาเราพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเรือสำราญในเครือ Royal Caribbean อย่าง Mariner of The Sea กันแล้ว มาคราวนี้มัชรูมทราเวลจะขอแนะนำอีกหนึ่งเรือสำราญแบรนด์หรูอย่าง Celebrity X Cruises เพื่อให้ท่านได้รู้จักกับเซเลบริตี้แห่งเรือสำราญที่มีชื่อเสียงไม่แพ้แบรนด์ไหนในโลกเจ้านี้กันบ้าง โดย Celebrity X Cruises ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 ในนามบริษัทลูกของ Greece-based Chandris Group ก่อนจะถูกขายต่อให้กับบริษัท Royal Caribbean Cruises ในปี 1997 และปัจจุบัน Celebrity X Cruises มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา

มิติใหม่ของเรือสำราญ ที่สร้างสีสันให้วันพักผ่อนแก่ทุกครอบครัว

แม้ปัจจุบันธุรกิจการล่องเรือสำราญทั่วโลกจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่เรือสำราญในเครือ Celebrity X Cruises ก็ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเดินทางและนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ นั่นก็เป็นเพราะว่า Celebrity X Cruises ไม่เคยทะนงในชื่อเสียงเก่าๆ ของตัวเอง แต่เลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ทันกระแสโลกอยู่เสมอ อีกทั้งจุดแข็งอีกอย่างของ Celebrity X Cruises ก็คือการให้ความสำคัญกับการทำให้วันพักผ่อนของทุกท่านกลายเป็นวันแห่งความสุขและวันมหัศจรรย์ตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจในเรื่องของไวน์และอาหารเลิศรส เพราะที่นี่ได้รวมสุดยอดร้านอาหารรสชาติเยี่ยมมาไว้บนเรือลำเดียว พร้อมๆ กับการแวะดื่มด่ำกับรสชาติอันละมุนลิ้นกับไวน์ชื่อก้องโลกจนถึงแหล่งผลิต ไม่ว่าจะเป็นไวน์ฝรั่งเศส สเปน และโปรตุเกส เป็นต้น

นอกจากนั้นภายในเรือสำราญของ  Celebrity X Cruises ยังบรรจุไว้ซึ่งความบันเทิงอีกมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ทั้งสระว่ายน้ำหลากหลายขนาด สถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ และกาสิโน ห้างสรรพสินค้า ห้องสมุด สปาสุดหรู โรงภาพยนตร์ โรงละครขนาดใหญ่ สนามกีฬา สนามกอล์ฟกลางแจ้ง และพื้นที่พักผ่อนที่ให้ความเป็นส่วนตัว เป็นต้น โดย Celebrity X Cruises ได้แบ่งเรือสำราญในเครือออกเป็นทั้งหมด 4 กลุ่มด้วยกัน นั่นคือ Celebrity Solstice Class, Celebrity Millennium Class, Celebrity Century และ Celebrity Xpedition ซึ่งเป็นรือบูติกขนาดเล็กที่ให้บริการนักท่องเที่ยวผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติอันน่าพิศวงรอบๆ หมู่เกาะกาลาปากอส


เลาะเลียบชายฝั่งอลาสก้า ดินแดนมหัศจรรย์แห่งขั้วโลกเหนือ กับ Celebrity Century Cruise 

เรือสำราญ Celebrity Century ถือเป็นหนึ่งในผู้นำของเรือสำราญที่เต็มไปด้วยสีสันของการตกแต่งอันทันสมัยและมอบความสะดวกสบายอย่างสมบูรณ์แบบในยุคนั้น  ทั้งยังเป็นเรือสำราญนำเที่ยวลำแรกของ Celebrity X Cruises อีกด้วย เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1995 และยังให้บริการจนกระทั่งปัจจุบัน ส่วนในเรื่องรูปลักษณ์ของ Celebrity Century นั้น เป็นเรือสำราญที่มีความยาว 248 เมตร ด้วยน้ำหนัก 71,545 ตัน มีความสูงเท่ากับตึก 12 ชั้น สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,814 ท่าน รวมถึงลูกเรืออีกจำนวน 843 ท่าน 


นอกจากนั้น Celebrity Century ยังเป็นเรือสำราญที่เชี่ยวชาญในเส้นทางชายฝั่งทะเลของมลรัฐอลาสก้า ด้วยการเดินทางมาอย่างยาวนานทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตอนใต้ของรัฐ และมหาสมุทรอาร์กติกทางตอนเหนือ โดยแบ่งการให้บริการออกเป็นทั้งหมด 7 เส้นทาง 7 โปรแกรมที่แตกต่างกันได้แก่ Alaska Hubbard Glacier, Alaska Northern Glacier, Alaska Southern Glacier, Alaska Sawyer Glacier, Ultimate Alaska และ Golden Light Alaska นั่นจึงทำให้นักท่องเที่ยวมากมายที่ต้องการสัมผัสมุมมองซึ่งงดงามที่สุดของอลาสก้า ดินแดนที่เรียกได้ว่าเป็นความมหัศจรรย์แห่งขั้วโลกเหนือแห่งนี้ที่ซ่อนเร้นประติมากรรมทางธรรมชาติอันน่าตื่นตะลึงเอาไว้ ทั้งธารน้ำแข็งที่กว้างถึง 6 ไมล์ เทือกเขาร็อกกี้ ป่าฝนและฝูงสัตว์ป่าที่หาชมได้ที่นี่เพียงที่เดียว ฯลฯ มักไม่พลาดที่จะใช้บริการ Celebrity Century  

เรือสำราญที่ให้อะไรมากกว่าการไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง

เรือสำราญ Celebrity Century ประกอบไปด้วยห้องพักที่มากถึง 314 ห้อง ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าห้องพักที่ใช้สำหรับพักผ่อนหรือทำกิจกรรมส่วนตัว เนื่องจากมีการรวบรวมข้อมูลและทำการศึกษาถึงความต้องการของลูกค้าจริงๆ ก่อนที่จะลงมือออกแบบตกแต่งห้องพักในแต่ละประเภทอย่างพิถีพิถัน โดยเน้นถึงความหรูหรา ทันสมัย สวยงาม และประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับแขกที่เข้าพักได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้รู้สึกถึงความผ่อนคลายและเพลิดเพลินในทุกกิจกรรมภายในเรือสำราญแห่งนี้ แม้ว่าในขณะที่อยู่ในห้องพักของตัวเองก็ตาม โดย Celebrity Century แบ่งห้องพักเป็นประเภทต่างๆ ดังต่อไปนี้


Suites ห้องพักระดับสวีทคือห้องที่กว้างขวางที่สุดหากเทียบกับห้องพักในระดับอื่นๆ นอกจากนั้นยังสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะเปลี่ยนวันหยุดของแขกผู้เข้าพักให้เป็นประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงยังสามารถสนุกกับสิทธิพิเศษอีกมากมาย โดยห้องพักในระดับสวีทนั้นมีอยู่ทั้งหมด 3 แบบคือ Royal Suite, Sky Suite และ Century Suite

Veranda Class Staterooms ห้องพักประเภทนี้อาจเปรียบได้กับวิหารส่วนตัวที่จะทำให้แขกที่เข้าพักรู้สึกเพลิดเพลินไปกับภายในและภายนอกห้องพักที่กว้างขวาง แขกที่เข้าพักสามารถนั่งจิบกาแฟยามเช้าที่ระเบียงพร้อมชมวิวอันสวยงามหรือชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นในแบบพาโนรามาได้อย่างสบายๆ ซึ่งในคลาสนี้มีห้องพักอยู่ 4 สไตล์คือ Family Veranda Stateroom, Sunset Veranda Stateroom, Veranda Stateroom และ Veranda Stateroom

Concierge Class Staterooms สำหรับห้องพักประเภทนี้ถูกออกแบบมาสำหรับนักเดินทางที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และอยากใช้เวลาในห้องพักอย่างเต็มที่ โดยภายในห้องพักนอกจากจะมีระเบียงที่ถูกออกแบบตกแต่งด้วยรายละเอียดอันประณีตแล้ว แขกผู้เข้าพักยังจะได้รับบริการพิเศษอย่างเช่นบริการดอกไม้สดที่ถูกจัดแต่งให้ความสดชื่นอยู่เสมอ บริการขัดรองเท้าฟรี เป็นต้น โดยห้องพักประเภทนี้จะมีอยู่เพียงแบบเดียวคือ Concierge Class

Ocean View Stateroom Class ความโดดเด่นของห้องพักประเภทนี้ก็คือมีหน้าต่างขนาดใหญ่และพื้นที่นั่งเล่น เพื่อให้แขกที่เข้าพักรู้สึกผ่อนคลายหลังจากการทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน ซึ่งได้แก่ ห้อง Accessible Ocean View Stateroom และ Ocean View Stateroom

Inside Stateroom Class ห้องพักประเภทสุดท้ายที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการพักผ่อนอย่างแท้จริง ด้วยห้องนอนที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางซึ่งมาพร้อมโซฟานั่งเล่นเพื่อให้แขกที่เข้าพักรู้สึกสะดวกสบายไม่ต่างจากการอาศัยอยู่ภายในบ้านของตัว โดยมีห้องอยู่เพียงแบบเดียวคือ Inside Stateroom

สนุกสานไปกับกิจกรรมและความบันเทิงมากมายไม่รู้จบ 

ความโดดเด่นของเรือสำราญ  Celebrity Century นั้นไม่เพียงเฉพาะเรื่องของการตกแต่งและห้องพักที่หรูหราทันสมัยเท่านั้น แต่ในเรื่องของกิจกรรมสันทนาการและความบันเทิง เรือสำราญลำนี้ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเรือสำราญลำอื่นๆ แต่อย่างใด โดย Celebrity Century  ให้ความสำคัญกับการสังสรรค์อันสมบูรณ์แบบด้วยอาหารและเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมพร้อมกับการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่มีความชื่นชอบอะไรที่เหมือนๆ กันในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักเดินทางได้อย่างทั่วถึงทุกเพศทุกวัย 

ความหรูหราทันสมัยที่มาพร้อมรสชาติที่น่าหลงใหล 
แน่นอนอยู่แล้วว่า Celebrity Century ให้ความสำคัญในเรื่องของการดื่มกินเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้นร้านอาหารภายในเรือสำราญแห่งนี้จึงได้รับคัดสรรค์แล้วว่ามีรสชาติที่เยี่ยมยอด โดยการเสาะหาเมนูคลาสสิกจากทั่วโลกมารวมไว้ที่นี่เพียงที่เดียว นอกจากนั้นเครื่องดื่มหลังมื้ออาหารก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยที่นี่มีบาร์เครื่องดื่มหลากหลายตามแต่รสนิยมของแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มประเภทซอฟท์ดริ้งค์ ไวน์ กาแฟ ฯลฯ ที่นี่ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งจุดประสงค์ก็เพื่อให้แขกผู้เข้าพักทุกท่านได้รับสิ่งที่ดีที่สุดนั่นเอง 


สิ่งอำนวยความสะดวกด้านสันทนาการ 

นับตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเช้าวันใหม่ของอีกวัน เรือสำราญลำนี้ไม่เคยหลับใหลด้วยกิจกรรมมากมายที่มีให้เลือกตามความสนใจของแต่ละท่านอย่างทั่วถึง ไม่ว่าในด้านของความบันเทิง ความตื่นเต้น สุขภาพ และความสวยความงาม เป็นต้น โดยแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ที่แตกต่างกันดังนี้ 

- เย็นฉ่ำเช้าจรดเย็นกับสระว่ายน้ำหลักและอ่างน้ำวน 
- ชมละครหลากรส ณ โรงละครบอร์ดเวย์ 
- เสี่ยงโชคเล็กๆ คลายเครียดที่กาสิโน 
- สนุกสนานอย่างสมวัยที่คลับสำหรับเยาวชนและวัยรุ่น 
- คลายความเมื่อยล้าพร้อมฟิตร่างกายให้แข็งแรงได้ที่สปา ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และสนามกีฬากลางแจ้ง
- สังสรรค์ตลอทั้งคืนกับผับ บาร์เครื่องดื่ม และเลาจน์หลากหลายสไตล์
- ตระเวนช้อปปิ้งให้จุใจทั้งเคาน์เตอร์สินค้าปลอดภาษีและห้างสรรพสินค้า 
- แต่งเสริมเติมสวย ณ ร้านเสริมสวยชื่อดัง 
- เอาใจคอศิลปะด้วยแกลลอรีภาพถ่ายและภาพวาด
- หนอนหนังสือไม่ควรพลาดห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมหนังสือหลากหลายภาษาไว้ที่นี่ที่เดียว


สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่กำลังมองหาการท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ พร้อมค้นหาแรงบันดาลใจที่หายไป Celebrity Century และดินแดนแห่งขั้วโลกเหนืออันแสนมหัศจรรย์อย่างอลาสก้าพร้อมแล้วสำหรับการนำทาง แล้วคุณล่ะพร้อมที่จะออกไปค้นหาโลกกว้างกับเราแล้วหรือยัง? สำหรับท่านใดที่สนใจรายละเอียดของเรือสำราญ Celebrity Century และเส้นทางการเดินทาง สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่มัชรูมทราเวล หมายเลขโทรศัพท์ 0-2105-6234