Menu Blog

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทัวร์อังกฤษ กับ 10 ของฝากน่าซื้อใน ลอนดอน

ทัวร์อังกฤษ

ได้เวลาที่ มัชรูมทราเวล พาช้อปอีกแล้ว... คราวนี้เราจะขอข้ามฝั่งไปยังแถบยุโรปบ้างคะ ซึ่งจุดหมายปลายทางของเรา รับรองว่าต้องถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวชาวไทยแน่ๆ เพราะเราจะไปช้อปปิ้งกันที่กรุงลอนลอน ประเทศอังกฤษนั่นเองค่ะ เย้ๆๆๆ คุณผู้อ่านอยากรู้ไหมล่ะคะว่าสินค้าอะไรหนอที่น่าซื้อบ้างในลอนดอน ไม่ต้องรอคำตอบนาน เพราะเราจะไปดูกันเล้ยย แต่ขอแนะนำว่าควรเตรียมตัวเตรียมใจและเตรียมกระเป๋าเงินไว้ให้พร้อมนะคะ เพราะงานนี้คุณอาจต้อง ล้มละลายแน่...พูดเลย !!

9688364252_446f1fe57e_k


ชาอังกฤษ


British Tea

การชงชาและดื่มชาถือเป็นหนึ่งในประเพณีและวัฒนธรรมอันมีค่าของชาวอังกฤษ ดังนั้นชาอังกฤษจึงเป็นของขวัญที่เหมาะสำหรับซื้อหาเป็นของฝากมากๆ เลยล่ะค่ะ โดยชาซึ่งเป็นที่นิยมของชาวอังกฤษนั้นได้แก่ชาซีลอน ชาดาร์จีลิง ชาเอิร์ลเกรย์ ชาเลดี้เกรย์ ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ ชาปรินซ์ ออฟ เวลส์ เป็นต้น ซึ่งชาเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ที่ห้าง Harrods และร้าน Fortnum & Mason ค่ะ เพราะทั้งสองที่นี้จะมีหลายแบบให้เลือกเยอะมาก หรือถ้าใครต้องการชาในกล่องดีบุกหรูหราก็ต้องไปที่ร้านขายของที่ระลึกบักกิ้งแฮมพาเลซ หรือที่ Tea Palace และ Tea House ในโคเวนท์การ์เด้น ที่นี่นอกจากจะมีชาขายแล้ว ยังมีชุดน้ำชาทั้งสไตล์อังกฤษ สไตล์จีนโบราณ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับชงชาขายด้วย หรือตัวเลือกที่ง่ายมากกว่านั้นก็คือตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปในลอนดอนค่ะ

เวลา เปิด-ปิด: 10:00–21:00 น.
ราคาโดยประมาณ: £3.50 - £34.95
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Piccadilly Lineไปลงที่สถานี Knightsbridge Station
แผนที่:


ตุ๊กตาหมี Harrods


Harrods Teddy Bear
เนื่องจากห้างสรรพสินค้าในกรุงลอนดอนที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ ห้าง Harrods ที่แต่ละวันจะมีนักท่อง
เที่ยวไปเยือนอย่างไม่ขาดสาย เพราะฉะนั้นทางห้างจึงทำของที่ระลึกออกมาขายเพื่อตอบสนองต้องการของผู้มาเยือนค่ะ โดยสินค้าที่ขายดีสุดๆ ของที่นี่ก็คือตุ๊กตาหมีแสนนุ่มนิ่มนั่นเองค่ะ ซึ่งจะมาพร้อมกับเสื้อผ้าและแต่งกายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากทหารรักษาพระองค์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตำรวจ รวมไปถึงชุดในแบบ Scottish piper นอกจากนั้นในช่วงคริสต์มาสในแต่ละปีก็จะมีน้องหมีในคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแบบใหม่ๆ ออกมาล่อตาล่อใจนักสะสมอีกด้วย

เวลา เปิด-ปิด: 10:00–21:00 น.
ราคาโดยประมาณ: £9.95 - £100.00
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Piccadilly Lineไปลงที่สถานี Knightsbridge Station
แผนที่:


 ร่มแบรนด์ James Smith & Son


4398620_c90fde1e

ถ้าพูดถึงร่มสำหรับกันแดดกันฝนที่ดีที่สุดในโลก อันนี้คงต้องยกให้ร่มของประเทศอังกฤษเค้าเลยค่ะ เพราะว่าอะไรน่ะเหรอ อย่าลืมนะคะว่าลอนดอนเป็นเมืองที่ฟ้าฝนค่อนข้างแปรปรวน คือคิดจะมาก็มาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยเอาเสียเลย ดังนั้นร่มของที่นี่จึงแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่มจากร้าน James Smith & Son ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1830 จนถึงปัจจุบัน ถือเป็นร้านร่มเก่าแก่ที่มีร่มทุกแบบให้เลือกซื้อมากมาย โดยทุกชิ้นจะเน้นเรื่องของคุณภาพเป็นหลักค่ะ จึงรับรองได้ว่าซื้อร่มจากที่นี่เพียงครั้งเดียว ก็สามารถใช้ได้เป็นสิบๆ ปีโดยที่ยังคงสภาพเดิม เว้นแต่ว่าจะทำหายไปเสียก่อน

เวลา เปิด-ปิด: 10:00 - 17:45 น.
ราคาโดยประมาณ: £59.95 - £175.00
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้าไปลงที่สถานี Tottenham Court Road Underground Station ร้านจะอยู่บนถนน New Oxford Street ใกล้ๆ กับพิพิธภัณฑ์บริติช
แผนที่:


สินค้าวินเทจ


16463523735_621c468704_z

ด้วยความเก่าแก่ของกรุงลอนดอน ดังนั้นของฝากของที่ระลึกในลอนดอน จะมีอะไรน่าซื้อไปกว่าสินค้าประเภทของวินเทจได้อีก โดยผู้ที่มีความชื่นชอบในสินค้าแนวของเก่าของวินเทจทั้งหลาย นอกจากลอนดอนจะเต็มไปด้วยร้านค้าของเก่าให้คุณได้เข้าไปชื่นชมสินค้าสวยๆ แล้ว ตลาดนัดลอนดอนก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่มัชรูมทราเวลอยากแนะนำให้คุณได้ลองไปสักครั้ง อย่างเช่นที่ Portobello Road Market, Alfies Antique Market, Grays Antique Centre, Camden Market, Spitalfields Market และ Greenwich Market เป็นต้น โดยตลาดนัดทั้งหมดที่กล่าวมานี้ถือเป็นแหล่งช้อปสินค้าวินเทจที่ดีที่สุดค่ะ เพราะมีสินค้าที่หลากหลายไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละชิ้น แถมคนซื้อยังสามารถต่อรองราคาได้ด้วยค่ะ

เวลา เปิด-ปิด: 10:00 - 18:00 น.
ราคาโดยประมาณ: ไม่จำกัดราคา ขึ้นอยู่กับการต่อรอง
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่สถานี Marylebone Station หรือหากนั่งรถเมล์ สายที่ผ่านก็ได้แก่ 6, 13, 16, 82, 98, 139, 189, 274, 332, 414
แผนที่:


สินค้าแฮนด์เมดและงานฝีมือ


Handmade Arts and Crafts

ลอนดอนถือเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยนักออกแบบมือสมัครเล่น ศิลปิน และช่างฝีมือมากมาย เพราะฉะนั้นหากใครที่กำลังมองหาประเภทของฝากหรือของขวัญที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ซ้ำใคร มีเอกลักษณ์และเป็นหนึ่งเดียว สินค้าแฮนด์เมดและงานฝีมือน่าจะสามารถตอบโจทย์คุณได้ค่ะ โดยแหล่งขายสินค้าประเภทนี้ก็จะมีอยู่ที่ Carnaby Street ซึ่งจะเต็มไปด้วยร้านค้าของดีไซเนอร์ชาวอังกฤษท้องถิ่น กับสินค้าสวยๆ ที่คุณไม่มีทางที่จะพบเห็นที่ไหนมาก่อน หรือหากชอบงานเครื่องประดับประเภทแฮนด์เมดหรือของแต่งบ้านก็ต้องไปที่ Covent Garden รวมถึงตลาดงานฝีมืออีกแห่งที่อยากแนะนำก็คือ Old Spitalfields Market ที่นี่มีขายทุกอย่างค่ะ เรียกว่าตั้งแต่ของกินจนถึงของใช้เลยทีเดียว

เวลา เปิด-ปิด: 10:00 - 17:00 น.
ราคาโดยประมาณ: ไม่จำกัดราคา ขึ้นอยู่กับสินค้าที่เลือกซื้อ
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: รถเมล์สายที่ผ่านก็ได้แก่ 8, 26, 35, 42, 47, 48, 67, 78, 135, 149, 205, 242 และ 388
แผนที่:


 เสื้อนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีก


Football Shirt

ต้องยอมรับว่าลีคฟุตบอลอังกฤษนอกจากจะมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกแล้ว ในเมืองไทยยังมีแฟนคลับมากที่สุดด้วยค่ะ โดยเฉพาะทีมเด่นๆ อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ลิเวอร์พูล อาร์เซนอล เชลซี ฯลฯ ดังนั้นของฝากสำหรับคนที่คลั่งไคล้ในกีฬาฟุตบอลก็คือเสื้อเสื้อนักฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของแท้ ซึ่งสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าที่ได้ลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการของสโมสร รวมไปถึงในสนามฟุตบอลอย่างเช่นที่สนามเอมิเรตส์สเตเดียมของทีมสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล สนามไวต์ฮาร์ตเลนของทีมสโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ และสนามกีฬาสแตมฟอร์ดบริดจ์ของทีมสโมสรฟุตบอลเชลซี

เวลา เปิด-ปิด: 10:00 - 18:00 น.
ราคาโดยประมาณ: $1.00
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: จากสถานีรถไฟใต้ดิน Holloway Road Underground Station เดินมาอีก 5 นาทีก็จะถึงสนาม Emirates Stadium ของทีมสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล
แผนที่:


โปสเตอร์และโปสการ์ด


Postcards

ของฝากสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แน่นอนค่ะว่าโปสเตอร์และโปสการ์ดที่ระลึกจากลอนดอน นอกจากจะมีราคาถูกแล้ว ยังสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ สามารถบ่งบอกถึงสถานที่ที่คุณไปเยือนได้ด้วยค่ะ โดยสินค้าทั้งสองชนิดนี้หาซื้อได้ง่ายมากๆ เลยในกรุงลอนดอน ไม่ว่าจะเป็นตามร้านค้าริมถนน ร้านขายของที่ระลึก พิพิธภัณฑ์ และสถานีรถไฟต่างๆ จะมีโปสเตอร์และโปสการ์ดให้ได้เลือกซื้อมากมาย ซึ่งจะมีทั้งแบบสีสันสดใส แบบวินเทจ หรือแบบรูปถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ส่วนราคาแต่ละแบบก็ไม่ค่อยแตกต่างกันสักเท่าไหร่ค่ะ หรือหากใครอยากได้แบบสวยๆ แปลกๆ อันนี้ก็ต้องลองไปหาดูตามตลาดนัดลอนดอน หรือไม่ก็ที่ Covent Garden และ Paperchase ค่ะ

เวลา เปิด-ปิด: 10:00 - 18:00 น.
ราคาโดยประมาณ: £4.50 - £51.99
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: รถเมล์สายที่ผ่านได้แก่ 9, 13, 15, 23, 139 และ 153
แผนที่:


ของที่ระลึกจากหนังเรื่อง Harry Potter


Harry Potter gifts

Making of Harry Potter Warner Bros. Studio อาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในร้านขายของที่ระลึกของลอนดอนที่แปลกและพิลึกกึกกือมากที่สุดก็ว่าได้ค่ะ เพราะภายในคุณจะพบกับของขวัญที่ได้รับแรงบันดาลใจรวมถึงความมหัศจรรย์จากภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter มากกว่าร้อยชิ้น ถึงแม้ว่าราคาค่าของอาจจะไม่ใช่ถูกๆ แต่ทุกคนที่มาเยือนก็ยอมที่จะจ่ายมัน เพราะคงไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่คุณจะสามารถซื้อของเล่นอย่างสุนัขสามหัว หรือไม้เท้าวิเศษได้นอกจากที่นี่เพียงที่เดียว

เวลา เปิด-ปิด: 09:00 - 22:00 น.
ราคาโดยประมาณ: £2.95 - £109.95
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Covent Garden Station ให้เดินต่อไปจนสุดถนน James Street
แผนที่:


อาหารสำเร็จรูป


English Foods (2)

มาถึงหมวดของกินกันบ้างค่ะ ตามซูเปอร์มาเก็ตทั่วไปในอังกฤษมีอาหารประเภทอาหารกระป๋อง ขนม ซอส เครื่องปรุงและเครื่องเทศอื่นๆ มากมายที่ให้รสชาติและความรู้สึกแบบคนอังกฤษแท้ๆ ซึ่งเป็นของฝากที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ชอบเข้าครัว หรือชอบที่ลองอาหารแปลกใหม่ แต่ถ้าอยากได้สินค้าประเภทผลิตภัณฑ์อาหารแบบหรูหราและคลาสสิกสไตล์ผู้ดีอังกฤษอย่างแท้จริง ก็ขอแนะนำให้ไปที่แผนก Hampers ภายในห้างสรรพสินค้า Fortnum & Mason ค่ะ โดยสินค้ายอดนิยมของที่นี่ก็ได้แก่บิสกิต แยมผิวส้ม ซอสวูสเตอร์ แคดเบอร์รี่ช็อกโกแลต รวมไปถึงอาหารในภูมิภาคต่างๆ ของอังกฤษก็น่าชิมไม่แพ้กันค่ะ

เวลา เปิด-ปิด: 07:00 - 21:00 น.
ราคาโดยประมาณ: £16.00 - £1,500.00
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Piccadilly Circus Station เดินต่อไปอีกประมาณ 2 นาที
แผนที่:


ของที่ระลึกจากราชวงศ์อังกฤษ


Britannia Memorabilia

นี่คือสินค้าที่ระลึกอีกประเภทที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เนื่องจากของที่ระลึกจากราชวงศ์อังกฤษนั้นมีสินค้าน่ารักๆ ให้เลือกเยอะมาก ซึ่งแต่ละชิ้นก็ไม่ได้มีรูปแบบหรือรูปทรงที่เป็นทางการแต่อย่างใดเลย โดยสินค้ายอดนิยมก็มีทั้งแม่เหล็กติดตู้เย็น พวงกุญแจ ชาในกระป๋องรูปรถบัสสองชั้น กาน้ำชารูปตู้โทรศัพท์ ที่ใส่เกลือและพริกไทยรูปทหารม้า นอกจากนั้นยังมีหมวก เครื่องแต่งกาย รองเท้าแตะ และเกมปริศนาวางจำหน่ายอีกด้วยค่ะ โดยผู้ที่สนใจสินค้าเหล่านี้สามารถไปชมได้ที่ร้านขายของที่ระลึกพระราชวังบักกิ้งแฮม รวมถึงร้านขายของที่ระลึกใน London Transport Museum เป็นต้น

เวลา เปิด-ปิด: 09:30 - 17:30 น.
ราคาโดยประมาณ: £1.95 - £2,500.00
ระดับความน่าซื้อ: ✩✩✩✩✩
วิธีการเดินทาง: รถบัสสาย 11, 211, C1 และ C10 จะจอดที่หน้าถนน Buckingham Palace Road
แผนที่:
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://thingstodo.viator.com/

ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์อังกฤษให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สุดยอด “ปู” แห่งฮอกไกโด และร้านเด็ด

เปิดมาก็น้ำลายไหลเลย เพราะวันนี้มัชรูมทราเวล จะพาไปรู้จักของอร่อยกันที่...ฮอกไกโด

3Crabs
Cr: FB/ sapporo.kani.honke

ใครๆก็รู้ว่าฮอกไกโดเป็นเอกในเรื่องอาหารทะเล และอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “ปู” ถึงญี่ปุ่นจะเป็นประเทศเกาะ แต่ไม่ใช่ทุกที่ๆจะจับปูได้ และไม่ใช่ว่าทุกที่ๆจับปูได้จะได้ปูที่มีรสชาติอร่อยเท่ากับปูที่ฮอกไกโด บริเวณแหลม Wakkanai มีทะเลที่เรียกว่า Okhotsk ชายฝั่งบริเวณนี้จะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว เมื่อน้ำแข็งละลายแพลงก์ตอนจำนวนมากจะถูกปลดปล่อยออกมา ชายฝั่งบริเวณนั้นจึงเป็นแหล่งรวมของแพลงก์ตอนอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นอาหารอันโอชะของเหล่าสัตว์ทะเล นั่นทำให้ปูที่จับได้จากฮอกไกโดมีรสชาติหวานอร่อยกว่าปูที่จับได้จากภูมิภาคอื่นๆ และความหนาวเย็นก็ทำให้เนื้อปูมีความแน่นแต่ทว่านุ่มละมุน ก่อนอื่นเราขอแนะนำ “ปู” ประเภทต่างๆ ที่จับได้ในฮอกไกโดกันก่อน แต่ละชนิดมีความพิเศษยังไง อร่อยขนาดไหน ตามมาชิมกันเลย


Cr: savorjapan.com
Cr: savorjapan.com

Kegani (Horsehair Crab)
ปูขน ถูกเรียกตามลักษณะขนสั้นๆทั่วตัวของมัน ปูขนมีรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ นิยมเอาไปต้มกับน้ำเกลือเพื่อคงไว้ซึ่งรสชาติหวานมันที่แท้จริงของปู ปูขนเป็นปูที่มีมันปูหรือ Kanimiso มาก ใครที่เป็นแฟนปูแบบมีมัน บอกเลยว่า ปูขนนั้นพลาดไม่ได้

Zuwaigani


Zuwaigani (Snow Crab)
ปูหิมะ เป็นปูก้ามยาวแต่ผอม เนื้อหวาน แน่นเหนียวแต่นุ่ม จึงนิยมแกะเนื้อจากขามาทำอาหาร เช่น สุกี้ยากี้ หรือชาบูชาบู บางร้านนำเนื้อสดมาทำซาชิมิ เสิร์ฟบนน้ำแข็ง ยิ่งทำให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มละมุน


Cr: hyousetsu.co.jp
Cr: hyousetsu.co.jp


Tarabagani (Red King Crab)
ราชาปู แห่งท้องทะเล ปู Taraba มีขาแข้งยาวเหมือนสัตว์ประหลาด ความยาวประมาณ 1 เมตร นิยมนำมาย่างหรือต้มทั้งเปลือก


Cr: hyousetsu.co.jp
Cr: hyousetsu.co.jp


Hanasakigani (Spiny King Crab)
ปูหนาม อยู่ในกลุ่มของ King Crab แต่ทั่วทั้งตัวมีหนามแหลมๆปกคลุม ยากต่อการนำเนื้อมาทำอาหาร แต่เนื้อของมันนั้นรสชาติเข้มข้นมาก จึงนิยมนำมาทำเป็นน้ำสต็อก เมื่อมาถึงถิ่นปูที่อร่อยขนดนี้ มีหรือมัชรูมทราเวลจะนิ่งนอนใจได้ เราจึงได้ไปสรรหาร้านเด็ดที่เสิร์ฟ ”ปู” อร่อยๆในฮอกไกโดมาให้ได้ลิ้มลองกัน แต่ละร้านมีเอกลักษณ์และเมนูจานเด่นแบบไหน ตามมาชิมกันได้เลย รับลองว่า อร่อยเวอร์... เอ้อ...เอ้อ... เอ้อ...


Hyousetsu
Cr: hyousetsu.co.jp
Cr: hyousetsu.co.jp

1. Hyousetsu no Mon

Hyousetsu no Mon ซึ่งมีผู้ก่อตั้งคือคุณ Kikuchi Shindo เป็นร้านอาหารที่เชี่ยวชาญด้านปูทาราบะรุ่นบุกเบิกของในฮอกไกโด(และเป็นร้านแรกในประเทศญี่ปุ่น) และถ้าไม่ได้ร้านอาหาร Hyousetsu no Mon ของคุณ Kikuchi เราคงไม่มีโอกาสได้ทาน King Crab เป็นตัวๆสดๆแบบนี้ เพราะเมื่อก่อน King Crab นั้น ถูกจับมาเพื่อทำเป็นอาหารกระป๋องส่งออกเท่านั้น !
Hyosetsu no Mon เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารจานปูอย่างแท้จริง ที่นี่ศึกษาการทำอาหารเกี่ยวกับปูอย่างละเอียด เพื่อดึงรสชาติความอร่อยของปูแต่ละชนิดและแต่จะส่วนออกมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความอร่อยของปูแบบผู้เชี่ยวชาญ ร้านนี้รู้ดีถึงขนาดที่ว่า ข้อต่อของปูแต่ละข้อมีรสชาติที่แตกต่างกัน ถ้าจะให้อร่อยต้องเอาไปปรุงอาหารแบบไหน ที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ต้องทานแบบไหน ทำให้ลูกค้าสามารถละเลียดความอร่อยของเนื้อปูได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยคติของร้านที่ว่า เพื่อลูกค้าจะได้ทานปูที่อร่อยกว่าที่ไหนๆ ซึ่งคำกล่าวนั้นไม่เกินจริงเลยสักนิด เมื่อเทียบกับความทุ่มเทและเอาจริงเอาจังของคุณ Kikuchi

เวลา เปิด-ปิด : ช่วงกลางวัน 11:00-15:00 ช่วงเย็น 16:30-23:00 (ไม่มีวันหยุด)
ราคาโดยประมาณ : เริ่มต้นคอร์สละ 8,300 เยน
ระดับความอร่อย : ☆☆☆☆☆
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Susukino ออกทาง 3 เดิน 4 นาที
เว็บไซต์ : www.hyousetsu.co.jp.e.em.hp.transer.com/
แผนที่ :

Cr: FB/ sapporo.kani.honke
Cr: FB/ sapporo.kani.honke
Crab Sukiyaki

2. Kani Honke Sapporoekimae

ร้านที่มีดิสเพลย์ปูตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่หน้าร้าน จริงๆมีอยู่หลายสาขาทั่วญี่ปุ่น เป็นร้านอาหารที่เสิร์ฟเฉพาะเมนูปูโดยเฉพาะ แต่สาขาที่มีชื่อเสียงที่สุดอยู่ที่ฮอกไกโดนี่แหละ เพราะปูสดจริงอะไรจริง เรียกได้ว่าขึ้นจากทะเลฮอกไกโดก็เสิร์ฟขึ้นโต๊ะกันเลย ร้านนี้การันตีความสดด้วยปูตัวเป็นๆที่แหวกว่ายในอ่างใหญ่กลางร้าน
เมนูเด็ดของร้านคือ ซาชิมิปูหิมะ เนื้อก้ามปูสดที่มีรสชาติหวาน เนื้อสัมผัสลื่นละมุนละลายในปาก (ไม่มีร้านไหนกล้าเสิร์ฟซาชิมิปู ถ้าไม่สดจริง) เมนูต่อมาคือ สุกี้ยากี้เนื้อปู กับปูหลากชนิดที่ถูกดึงเอาความอร่อยออกมาผสมผสานกับน้ำซุปมิโสะ หรือน้ำซุปพอนซึร้อนๆได้อย่างลงตัว เนื้อปูหวานๆเต็มๆคำกับน้ำซุปแสนอร่อย นอนแล้วยังเก็บเอามาฝันเลยจ้า

เวลา เปิด-ปิด : 11:30-22:00 (ปิดวันที่ 31 ธันวาคม – 1 มกราคม ของทุกปี)
ราคาโดยประมาณ : เริ่มต้นคอร์สละ 6,700 เยน
ระดับความอร่อย : 4 ดาว
วิธีการเดินทาง : จากสถานี JR Sapporo ออกทางออกทิศใต้ เดิน 5 นาที
แผนที่ :

Cr: http://www.kani-ya.co.jp/
Cr: http://www.kani-ya.co.jp/

3. Hokkaido Kani-Shogun Sapporo

ร้านเด็ดร้านนี้ สังเกตง่ายๆจากดิสเพลย์ปูยักษ์ที่อยู่บนดาดฟ้า เป็นร้านที่มีสาขาอยู่หลายแห่งในญี่ปุ่นเช่นกัน แต่ร้านที่เด็ดดวงที่สุดก็อยู่ที่ซัปโปโรนี่แหละ เพราะปูที่นำมาขึ้นโต๊ะนั้น ปรุงจากปูสดๆล้วนๆ สาขานี้มีเช็ท Kaiseki ที่เสิร์ฟเฉพาะที่ Sapporo ที่รวบรวมเอาปูหลากชนิดมาปรุงในหลายรูปแบบ ปูขนนึ่งทั้งตัวให้ได้เอ็นจอยเนื้อปูหวานๆนึ่งกันสดๆ กราแตงปู ขนมจีบปู มันปูย่าง กระดองปูทอด ข้าวหน้าไข่ปลาแซมมอน ปิดท้ายด้วยยูบาริเมล่อนหอมหวาน ของอร่อยของฮอกไกโดมาครบเครื่องขนาดนี้ บอกได้คำเดียวว่า ต้องจัด!

เวลา เปิด-ปิด : 11:00-22:30 (ไม่มีวันหยุด)
ราคาโดยประมาณ : คอร์ส Kaiseki (Only Sapporo) ราคาเริ่มต้น 7,560 เยน
ระดับความอร่อย : 4 ดาว
วิธีการเดินทาง : จากสถานีรถไฟใต้ดิน Susukino ทางออก 2 เดิน 2 นาที
เว็บไซต์ : www.kani-ya.co.jp/english/
แผนที่ :


หวังว่าผู้อ่านทุกท่านคงจะฟินเต็มอิ่มกับ”ปู” หลากชนิดจากฮอกไกโด ครั้งหน้ามัชรูมทราเวลจะพาไปทานของอร่อยที่ไหน อย่าลืมติดตามกันนะคะ
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.hokkaidofoodlibrary.com/2013/


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?
1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel

ตามหา “แฟนเดย์” กับ 6 ที่เที่ยวหน้าหนาวใน “ฮอกไกโด”

7


อะแฮ่ม...ทุกคนคะ วันนี้ มัชรูมทราเวล ขอปรับโหมดเป็นผู้รอบรู้ เพราะว่าเราจะพาไป... ฮอกไกโด สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว" จากฝีมือของผู้กำกับชื่อดังจากเรื่อง พี่มาก.. พระโขนง และ กวนมึนโฮ อย่าง โต้ง-บรรจง ที่ประเดิมเรื่องแรกกับค่าย GDH ว้าว!! รู้แบบนี้ก็เอาไปเลย 5 ดาว

แฟนเดย์..แฟนกันแค่วันเดียว เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติกที่ได้ 2 ดาราแม่เหล็กชื่อดัง (เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ มิว นิษฐา จิรยั่งยืน) มาเป็นตัวดำเนินเรื่องราวให้เราได้จิกหมอนกันอย่างสุดฟิน ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามของเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น โดยนำเสนอเรื่องราวความรักของ เด่นชัย เจ้าหน้าที่ไอทีสุดเนิร์ดประจำออฟฟิศวัย 30 และ นุ้ย มาร์เก็ตติ้งสาวสวยรวยเสน่ห์ ที่โชคชะตาได้เล่นตลกให้ทั้งสองคนต้องมาเป็นแฟนกันเป็นเวลา 1 วัน ซึ่งเวลาเพียงวันเดียวนี้เองที่เด่นชัยจะพานุ้ยออกไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ของฮอกไกโด เพื่อใช้เวลาในช่วงสุดพิเศษของเขากับเธอในฐานะแฟนให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

13


เอ.. ว่าแต่ จุดไหนในฮอกไกโดน้า ที่หนุ่มเด่นชัยเค้าพาสาวนุ้ยไปเที่ยว งานนี้เห็นทีมัชรูมทราเวลต้องออกไปสำรวจแล้วล่ะค่ะ เผื่อจะได้แฟนเดย์เป็นหนุ่มญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักๆ เหมือนหนุ่มคาเมะ วงคัตตุน บ้างง่ะ ฮิ้วววววววว

จิโกกุดานิ

2


สถานที่แรกซึ่งเราจะไปตามหาแฟนเดย์นั้นอยู่ที่เมืองโนโบริเบ็ทสึค่ะ ที่นี่คือเมืองที่เต็มไปด้วยบ่อน้ำแร่ที่มีชื่อสียงที่สุดบนเกาะฮอกไกโด โดยบ่อน้ำพุร้อนที่งดงามที่สุด ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ซึ่งใครๆ ก็ต้องมาเยือน เพราะเดี๋ยวจะได้ชื่อว่ามาไม่ถึงเมืองโนโบริเบ็ทสึก็คือ บ่อจิโกกุดานิ หรือที่คนไทยเรียกว่า หุบเขานรก นั่นแหละค่ะ ชื่อเหมือนน่ากลัวนะคะ แต่จริงๆ ที่นี่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตรงกันข้ามที่นี่กลับสวยงาม และน่ารักสุดๆ ไปเลย ซึ่งความสวยงามนั้นก็มาจากบ่อน้ำร้อนที่แตกต่างกันถึง 11 ชนิด ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาอันสูงชันซึ่งเต็มไปด้วยหิมะสีขาวเนื้อละเอียด ส่วนความน่ารักนั้นเกิดจากฝูงลิงหิมะที่ชอบหอบลูกหอบหลานมานั่นแช่บ่อน้ำร้อนเพื่อให้ความอบอุ่นนั่นเอง ถือเป็นภาพน่ารักน่าเอ็นดูที่ใครๆ ก็อยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง


1
Jigokudani

วิธีการเดินทาง: จาก JR Noboribetsu Station โดยสารรถบัสประจำทาง ประมาณ 15 นาที ค่าใช้จ่ายเที่ยวเดียว 340 เยน บัสออกชั่วโมงละ 1-2 คัน โดยรถจะไปจอดที่ Noboribetsu Onsen busteminal จากนั้นเดินขึ้นไปทางทิศเหนืออีกประมาณ 5 นาที
แผนที่:


คิโรโระ สกี รีสอร์ท

9

สถานที่แห่งที่สอง ที่มั่นใจว่าจะต้องเจอแฟนเดย์ที่นี่แน่ๆ ก็คือ คิโรโระ สกี รีสอร์ท ที่มีจุดเด่นคือหิมะในแบบพาวเดอร์สโนว์ ซึ่งว่ากันว่าเป็นหิมะที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมในระดับโลกเลยล่ะค่ะ จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดได้อย่างเต็มที่ โดยไม่กลัวว่าจะล้มให้เจ็บตัว ก็แหม หิมะของเค้าออกจะนุ่มละเอียดขนาดนี้ ต่อให้ล้มเป็นสิบรอบก็ยังสบายค่ะ ส่วนใครที่เล่นไม่เป็น เค้าก็มีโรงสอนสกีด้วยนะคะ นอกจากนั้นยังมีลานหิมะ Snow Park ขนาดใหญ่ให้เราเข้าไปสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ภายในได้ไม่มีเบื่อเลยล่ะ

6
11
12

วิธีการเดินทาง: จากเมืองซัปโปโร ให้นั่งรถไฟ JR สาย Rapid Airport ไปลงที่ JR Otaru Chikko (S13) ใช้เวลาเดินทาง 13 นาที และจากสถานีจะมีรถบัสรับส่งฟรีของทางโรงแรมคอยให้บริการ
แผนที่:


ระฆังแห่งความรัก Kiroro Lover's Sanctuary Bell

10

แต่ถ้าผ่านไปสองที่แล้ว แต่ก็ยังไร้วี่แววของแฟนเดย์ อีกวิธีหนึ่งที่น่าจะโอเคก็คือ ขึ้นไปขอพรความรักกันค่ะ ซึ่งทางคิโรโระ สกี รีสอร์ท เค้าจะมีกระเช้ากอนโดล่าที่พาเรานั่งขึ้นไปสู่ยอดเขาอาซาริ ซึ่งในระหว่างทางเราก็จะสามาถมองเห็นวิวสวยๆ ไปด้วย เฮ้อออ โรแมนติกเสียจริงๆ แล้วพอไปถึงข้างบน เราก็จะพบกับสถานที่ในการขอพรความรักอย่างระฆังแห่งความรัก ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าท้าทายความเชื่อที่มีอยู่เปี่ยมล้นเสียจริงๆ โดยขอพรก็ง่ายๆ เลย เพียงแค่สั่นระฆังพร้อมกับรวบรวมสติให้มั่นคง อธิษฐานขอความรักให้สมหวัง ใครแอบรักใครก็เอ่ยชื่อออกมาเลยค่ะ “ขอให้ลูกช้างสมหวังในความรักกับ... ทีเถิด”หรือถ้ายังไม่มีที่ชอบเป็นตัวเป็นตน ก็ขอให้เจอหนุ่มญี่ปุ่นหน้ามนคมเข้มก่อนกลับเมืองไทยด้วยเถิด สาธุ!

5

วิธีการเดินทาง: จากคิโรโระ สกี รีสอร์ท จะมีกระเช้ากอนโดล่าที่พาเรานั่งขึ้นไปสู่ยอดเขาอาซาริ อันเป็นที่ตั้งของระฆังแห่งความรัก สำหรับค่าใช้จ่ายสามารถสอบถามได้ที่เจ้าหน้าที่ซึ่งคอยให้บริการ
แผนที่:


เมืองโอตารุ

4285832199_f75e67f171_z

โอตารุ เมืองเล็กๆ ที่แสนโรแมนติกซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองท่าเรือที่คึกคักและสำคัญประจำภูมิภาคฮอกไกโดมาก่อน โดยสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของที่นี่ก็คือคลองโอตารุ ที่เต็มไปด้วยโกดังสินค้าในอดีตที่เรียงรายไปตลอดทั้ง 2 ฝั่งคลอง ซึ่งปัจจุบันทั้งหมดถูกปรับปรุงให้สวยงามเพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า และร้านอาหาร ที่เหมาะสำหรับการมาเดินเล่นของหนุ่มสาวในบรรยากาศที่โรแมนติ๊กโรแมนติกเหลือเกิน ทั้งนี้มัชรูมทราเวลมีจุดแนะนำที่อยากให้คุณแวะเข้าไปชมได้แก่
หอนาฬิกาไอน้ำ หอนาฬิกาโบราณไตล์อังกฤษที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ที่มีเหลืออยู่เพียง 2 เรือนในโลก โดยความพิเศษของหอนาฬิกาแห่งนี้ก็คือ ทุกๆ 15 นาที มันจะพ่นไอน้ำออกมาพร้อมกับเสียดนตรีที่ดังไปทั่วบริเวณ

16

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี ที่รวบรวมกล่องดนตรีสารพัดรูปแบบ หลากหลายสไตล์ให้เราได้ชมกันอย่างจุใจภายในอาคารเก่าแก่ 3 ชั้น ที่สร้างขึ้นจากอิฐแดง นอกจากนั้นที่นี่ยังมีโซนจำหน่ายของที่ระลึกและกล่องดนตรีที่มีลวดลายต่างๆ ให้เลือกมากมาย ในราคาตั้งแต่ 1,000 เยนขึ้นไป

15

วิธีการเดินทาง: จาก Otaru Station เดินไปประมาณ 10 นาที
แผนที่:


สวนสาธารณะโอโดริ

26226284246_86bde3d5e6_z


สำหรับสถานที่แห่งที่ 5 เรามาที่เมืองซัปโปโรกันค่ะ ไปเที่ยวสวนสาธารณะโอโดริกันดีกว่า ซึ่งโอโดริถือเป็นปอดสำคัญของชาวเมืองซัปโปโรที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย (ภาพมุมสูงจะมองเห็นที่นี่สวยมาก) โดยในช่วงฤดูร้อน คนที่นี่จะชอบมาสวนแห่งนี้เพื่อพักผ่อน เพราะจะเต็มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวมากมาย ส่วนช่วงฤดูหนาว ที่นี่จะถูกใช้เป็นสถานที่หลักในการจัดงานเทศกาลหิมะซัปโปโรค่ะ นอกจากนั้นจุดเด่นอีกอย่างของสวนแห่งนี้ก็คือ ซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของสวน ที่นี่คือจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของเมืองได้ในแบบพาโนราม่า อีกทั้งตอนกลางคืนยังถูกติดไฟประดับประดาอย่างสวยงาม น่าไปถ่ายรูปเก็บไว้สุดๆ


496170955_3bec7f6283_z

วิธีการเดินทาง: สวนสาธารณะโอโดริตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน Odori Subway Station จึงเดินทางสะดวก
แผนที่:


ย่านทะนุกิโคจิ

3883674231_b03414cdd3_z


สำหรับแห่งสุดท้าย ที่นี่เป็นที่ที่เด่นชัยเค้าพานุ้ยไปช้อปปิ้งนั่นแหละค่ะ แต่ในเมื่อเราได้พยายามหาหนุ่มน่ารักเพื่อมาเป็นแฟนเดย์เหมือนเด่นชัยแล้ว แต่ยังไงก็ยังคงแห้วอยู่ดี สิ่งที่ทำได้สำหรับสาวๆ อย่างเราก็คือ ยืนหยัดอย่างเข้มแข็ง พร้อมกับไปตะลุยช้อปปิ้งกันดีกว่าค่ะ ย่านทะนุกิโคจิเป็นย่านช้อปปิ้งที่มีความยาวถึง 1 กิโลเมตร และเต็มไปด้วยร้านค้าตลอดสองข้างทางกว่า 200 ร้านค้า โดยสินค้าที่นี่ก็จะมีตั้งแต่ของที่ระลึก ขนม ของเล่น เครื่องสำอาง ของใช้ประจำวัน และร้านอาหารอีกมากมาย อ้อ มีตู้กดชากาปองเยอะด้วยนะ ใครที่ชอบตุ๊กตากาชาปอง ควรเตรียมแลกเหรียญไปเยอะๆ นะคะ อีกนิดนึงสำหรับใครที่มาเที่ยวที่นี่ในช่วงหน้าร้อน เค้าจะมีเทศกาลสำคัญก็คือ เทศกาลทะนุกิ โดยที่นี่จะถูกแปลงโฉมด้วยการประดับประดาแสงไฟให้งดงาม ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงที่น่ามาเยือนไม่แพ้กันค่ะ


21111284281_4ed4b26678_z

วิธีการเดินทาง: จากรถไฟใต้ดินสาย Namboku สถานี Susukino ทางออก 1 เดินตรงไป 2 บล็อก จะพบซุ้มทางเข้าที่มีป้ายสัญลักษณ์นกเพนกวิน
แผนที่:


สำหรับผู้ที่สนใจอยากเที่ยวฮอกไกโดเพื่อตามรอยภาพยนตร์เรื่องแฟนเดย์ สามารถคลิ้กดูรายละเอียดได้ที่รูปนะคะ
ทัวร์ญี่ปุ่น ตามรอยหนังดังแฟนเดย์ กินขาปูยักษ์ พักสกีรีสอร์ท 5 วัน 3 คืน
Full HB 5D3N
ทัวร์ญี่ปุ่น ตามรอยหนังดังแฟนเดย์ กินขาปูยักษ์ พักสกีสอร์ท 6 วัน 4 คืน
Full TG 6D4N


ชอบ บทความ มัชรูมทราเวล ทำไงดี…?

1.กดแชร์ต่อ ให้เพื่อนอ่านบ้าง
2. คลิก Like และ ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

—————

Mushroom Travel มีโปรแกรม ทัวร์ญี่ปุ่น ให้เลือกมากที่สุด
โทร. 02-105-6234 (30 คู่สาย)
CustomerService@Mushroomtravel.com
Line id : @mushroomtravel